ใน

ซีอีโอ BYD มั่นใจ เทคโนโลยีบวกยอดขายต่างประเทศ ดันแบรนด์ขึ้นเบอร์ 1 โลกปี 2030

ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ของบริษัท BYD ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา Wang Chuanfu ประธานและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ BYD ได้แสดงความมั่นใจอย่างแรงกล้าต่ออนาคตของบริษัท โดยเขาคาดการณ์ว่า BYD จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของขนาดการผลิตและยอดขายภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

ซีอีโอ BYD มั่นใจ เทคโนโลยีบวกยอดขายต่างประเทศ ดันแบรนด์ขึ้นเบอร์ 1 โลกปี 2030

Wang ได้เน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของค่ายรถยนต์จีนในตลาดต่างประเทศ โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์ของ BYD มีจุดเด่นทั้งในเรื่องของราคาที่แข่งขันได้ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งในท้องถิ่นหลายราย

แม้ว่าในตอนแรกบริษัทจะตั้งเป้ายอดขายในต่างประเทศไว้ที่ 1.6 ล้านคันสำหรับปีนี้ แต่ Wang เปิดเผยว่าจากแนวโน้มในปัจจุบัน ยอดขายจริงน่าจะทะลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ Wang ได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ “การมองการณ์ไกลในระยะยาว” และความสำคัญของการปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่วิน-วิน ในตลาดสากล

เมื่อพูดถึงอนาคตของระบบอัจฉริยะในยานยนต์ Wang ได้เปรียบเทียบรถยนต์ว่าเป็นเหมือนร่างทรงของปัญญาประดิษฐ์ (Embodied Intelligence) ปัจจุบัน BYD มีรถยนต์ที่ติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะวิ่งอยู่บนท้องถนนทั่วโลกแล้วถึง 3.15 ล้านคัน ทำให้น้องใหม่รายนี้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลดิบได้ในอัตราสูงถึง 200 ล้านกิโลเมตรต่อวัน ซึ่งชุดข้อมูลมหาศาลนี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงของบริษัทในอนาคต

Wang คาดการณ์ว่า เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในระดับ L3 และ L4 จะเข้าสู่ตลาดได้เร็วกว่าที่คิด ซึ่งเขาเวลายืนยันว่า BYD มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชิป อัลกอริทึม และระบบนิเวศของข้อมูล

“เมื่อใดที่กฎหมายรองรับ BYD ก็พร้อมจะทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทันที” Wang กล่าว พร้อมเสริมว่าบริษัทได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมในยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง เพื่อรองรับการเปิดตัวเทคโนโลยีนี้แล้ว

เพื่อตอบข้อกังวลของผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับอัตรากำไรในประเทศและภาพลักษณ์ของแบรนด์ Wang ยืนยันว่าหนทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมของ BYD นั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีหลักของบริษัท พร้อมชี้ให้เห็นว่าในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกาใต้ BYD ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ระดับพรีเมียมไปเรียบร้อยแล้ว

“รถยนต์คือยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต เราต้องกลับไปสู่แก่นแท้ของเทคโนโลยี” Wang กล่าว พร้อมเสริมว่า ด้วยระลอกใหม่ของเทคโนโลยีที่ “น่าทึ่ง” ซึ่งมีกำหนดจะเปิดตัวในปีหน้า บริษัทคาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องการยกระดับแบรนด์ให้พรีเมียมและสร้างกำไรต่อคันได้สำเร็จ

เมื่อมองไปข้างหน้า Wang ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับช่วง 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า โดยได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่สอง นวัตกรรมการชาร์จเร็ว และเทคโนโลยีเฉพาะตัวอื่น ๆ ที่กำลังจะเปิดตัว เขาคาดว่า BYD จะได้รับประโยชน์จากแรงขับเคลื่อนแบบ “เครื่องยนต์คู่” ทั้งจากการเติบโตในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกได้ภายในปี 2030

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.