จากการสัมภาษณ์ คุณโอ (วรเชษฐ์ ริยวัฒนกุล) Co-founder ของ Solar Shop Premium Installation ในงานมหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก ทำให้เราเห็นภาพรวมและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการโซลาร์เซลล์ทั้งในประเทศไทยและระดับสากลประจำปี 2026 โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญออกมาได้เป็น 4 เทรนด์หลัก ดังนี้
เทรนด์เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ใหม่ใน 2026 กับ คุณโอ Solarshop Premium Installation
1. พฤติกรรมผู้ใช้งาน (User) เปลี่ยนไป: มีความรู้ลึกและกำหนดความต้องการเองได้
-
ผู้บริโภคฉลาดขึ้น (Smart User): ในปี 2026 นี้ ผู้เล่นในตลาดไม่ใช่แค่ฝั่งผู้ติดตั้ง (Installer) ที่พัฒนาขึ้น แต่ตัวลูกค้าหรือ User เองมีความรู้ความเข้าใจสูงขึ้นมาก มีการใช้เครื่องมืออย่าง ChatGBI (ChatGPT) และสื่อออนไลน์ศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง [02:46]
-
ความต้องการที่ละเอียดขึ้น: จากเดิมที่ลูกค้าจะถามเพียงแค่ “ติดตั้งเท่านี้ ประหยัดไฟได้กี่บาท?” ปัจจุบันขยับไปสู่การนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้ไฟจริงมาพูดคุย เช่น การใช้ไฟกลางวัน-กลางคืนเท่าไหร่ ค่าโหลดสูงสุด (Peak Load) เป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ติดตั้งออกแบบระบบที่ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด [03:14]
2. สงครามตลาดแบรนด์ชั้นนำ และการก้าวสู่ “Ecosystem พลังงาน”
-
การแข่งขันของแบรนด์ระดับ Tier 1: ตลาดในไทยมีแบรนด์โซลาร์เซลล์ชั้นนำระดับสากลเข้ามาลุยตลาดเองโดยตรง มีการตั้งทีมวิศวกรและศูนย์บริการ Official ในประเทศ ทำให้การสนับสนุนและแก้ปัญหาทำได้ดีขึ้นมาก [03:47]
-
การสร้างระบบนิเวศของตัวเอง (Ecosystem): ทุกแบรนด์พยายามอุดช่องโหว่ของตัวเองเพื่อให้ลูกค้าใช้งานระบบของตนแบบครบวงจร (ลดการพึ่งพาอุปกรณ์จาก Third-party) อุปกรณ์หลักๆ อย่าง Inverter, แบตเตอรี่ (Storage) และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) จะต้องเชื่อมต่อและทำงานซิงก์กันได้อย่างไร้รอยต่อ [06:24]
-
ฟังก์ชันเด่นเพิ่มเติม: เริ่มเห็นการผสานระบบสลับไฟอัจฉริยะ (Gateway / Management Box หรือ EPS) เข้ามาในตัว Inverter เลย รวมถึงเทคโนโลยี V2X (Vehicle-to-Everything) ที่สามารถดึงพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ออกมาจากตัวรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อนำกลับมาใช้ในบ้านได้อีกด้วย [05:40], [07:07]
3. เทรนด์แบตเตอรี่เก็บพลังงาน (Energy Storage): ปลอดภัยขึ้น ตอบโจทย์ระดับตู้ Cabinet สำหรับบ้าน
-
เน้นความปลอดภัยสูงสุด: แบรนด์ระดับ Tier 1 ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงมาก ระบบในปัจจุบันมีการตรวจจับความผิดปกติเป็นชั้นๆ (Layer) หาก Inverter หรือแบตเตอรี่มีปัญหาระบบจะสั่งตัดการทำงานทันที [08:33]
-
ดีไซน์แบบขนมชั้น (Stackable): แบตเตอรี่สำหรับบ้านนิยมใช้การต่อขยายในแนวตั้งเหมือนขนมชั้น มีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเล็กต่ำกว่า 10 kW ไปจนถึงขนาดใหญ่ [07:31], [09:20]
-
เคสจริงในไทย (ตู้คาร์บิเนตระดับ C&I ในบ้านเดี่ยว): คุณโอเล่าว่า ปัจจุบันมีบ้านเดี่ยวชั้นเดียวในไทยที่ติดตั้งระบบสเกลใหญ่มาก โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์รวม 53.35 kW และใช้แบตเตอรี่บรรจุในตู้ Cabinet ขนาดใหญ่ถึง 200 kWh ร่วมกับ Inverter ขนาด 60 kW ซึ่งพลังงานขนาดนี้เพียงพอต่อการเปิดแอร์ขนาด 200,000 BTU ได้นานถึง 10 ชั่วโมงสบายๆ [10:02]
4. เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ปี 2026: จาก TopCon สู่ยุค BC (Back Contact)
-
การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี: จากอดีตที่เป็นแผง Mono/Poly ขยับมาเป็น N-Type, TopCon และเทคโนโลยีล่าสุดของปีนี้คือ BC (Back Contact) หรือ BC 2.0 [11:00], [11:41]
-
จุดเด่นของแผง BC: คือการย้ายเส้นบัสนำไฟฟ้า (Busbar) ไปไว้ด้านหลังทั้งหมด ทำให้หน้าแผงรับแสงได้เต็มที่ ไม่มีเงาบดบัง ลดการเกิดจุดร้อน (Hotspot) และยืดอายุการใช้งานแผงได้ยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ใช้ทุนสร้างสูงและผลิตยาก จึงมีเพียงผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่รายเท่านั้นที่ทำได้ [11:24], [11:54]
-
สถานการณ์ราคาแผงโซลาร์เซลล์: หลังจากปีที่ผ่านมาผู้ผลิตเจอสงครามราคาอย่างหนักจนบางรายต้องปิดตัวลง ปัจจุบันราคาเริ่มเสถียรและค่อยๆ ขยับขึ้นตามเทคโนโลยีที่สูงขึ้น [12:22]
-
ขนาดแผงที่เหมาะกับแต่ละภูมิภาค:
-
ฝั่งยุโรป: นิยมแผงขนาดประมาณ 500–550W เนื่องจากข้อจำกัดด้านค่าแรงที่แพง การขนส่งด้วยรถตู้ และการติดตั้งที่ใช้คนเพียง 2-3 คน จึงต้องการแผงขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ยกง่าย [13:48]
-
ฝั่งเอเชีย / ประเทศไทย: ค่าแรงยังไม่สูงมาก ทีมติดตั้งมักใช้คนประมาณ 7-8 คน ทำให้แผงขนาด 650–670W เป็นขนาดที่นิยมและถูกเลือกใช้มากที่สุดในปัจจุบัน [14:02], [14:51]
-