Xpeng เตรียมส่งรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) รุ่น 2026 Xpeng P7+ พร้อมกับ SUV รุ่นใหม่ G7 EREV เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มที่ประเทศจีนในวันที่ 8 มกราคม และที่ประเทศเบลเยียมในฝั่งยุโรปวันที่ 9 มกราคมนี้ นอกจากนี้รุ่น P7+ ยังมีแผนที่จะทำตลาดรวมกว่า 36 ประเทศทั่วโลกด้วย
Xpeng เตรียมเปิดตัวซีดาน P7+ รุ่นปี 2026 และ SUV รุ่นใหม่ G7 EREV ในจีน 8 ม.ค. และในยุโรป 9 ม.ค. นี้
2026 Xpeng P7+ และ G7 EREV ใหม่ จะมาพร้อมกับชิปประมวลผล Turing AI ที่ Xpeng พัฒนาขึ้นเองถึง 3 ตัว โดยมีกำลังการประมวลผลสูงถึง 2250 TOPS ซึ่งถือว่าฉลาดและรวดเร็วมาก

รายละเอียดของ 2026 Xpeng P7+
2026 Xpeng P7+ มีให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้าล้วน (BEV) และแบบ EREV โดยในรุ่น EREV สามารถวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,550 กม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 430 กม. ขึ้นแท่นเป็นรถซีดานระบบ EREV ที่วิ่งได้ไกลที่สุดในโลก

ตัวรถใช้เทคโนโลยีแรงดันไฟฟ้าสูง 800V และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ชาร์จไวระดับ 5C ส่วนรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) จะวิ่งได้ระยะทาง 725 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ภายในมีการอัปเกรดกว่า 104 รายการ เช่น ระบบพัดลมที่ระบายอากาศดีขึ้น 80% ช่วยให้เบาะนั่งเย็นลงอย่างรวดเร็วจาก 50 องศาเซลเซียส เหลือเพียง 30 องศาเซลเซียส ภายในเวลาแค่ 60 วินาที

นอกจากนี้ยังมีหน้าจอควบคุมกลางขนาด 15.6 นิ้ว, ไฟ Ambient Light 256 สี และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่กว้างขวาง โดยขยายพื้นที่ได้สูงสุดถึง 2,221 ลิตร ใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 33 ใบ
รายละเอียดของ Xpeng G7 EREV
ปัจจุบัน Xpeng G7 รุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) มีวางจำหน่ายอยู่ 3 รุ่นย่อย ราคาประมาณ 195,800 – 225,800 หยวน (หรือประมาณ 922,000 – 1,063,000 บาท)
สำหรับ G7 EREV รุ่นใหม่ จะใช้เครื่องยนต์ 1.5T ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 218 กิโลวัตต์ (292 แรงม้า)

มาพร้อมเทคโนโลยี 800V และแบตเตอรี่ชาร์จไว 5C เช่นกัน โดยสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 430 กม. และวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,704 กม. ที่สำคัญคือชาร์จไวมาก เพียง 12 นาที ก็สามารถวิ่งต่อได้อีก 314 กม.
การขยับตัวของ Xpeng ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการโชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยี AI และระบบการชาร์จที่เหนือชั้น แต่ยังเป็นการประกาศศึกในตลาดโลกอย่างชัดเจนด้วยการส่งรถรุ่นใหม่บุกถึง 36 ประเทศ ซึ่งน่าจับตามองอย่างยิ่งว่านวัตกรรม EREV ที่วิ่งได้ไกลเป็นสถิติโลกนี้ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แบรนด์จีนขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ได้หรือไม่ และรอลุ้นกันว่ารถรุ่นใหม่นี้จะนำมาเปิดตัวในไทยด้วยหรือไม่
ที่มา carnewschina
