ใน , , ,

Mazda ชะลอแผนรถ EV รุ่นใหม่จากแบรนด์เอง หันโฟกัส Hybrid มากขึ้น เลื่อนเปิดตัวเร็วสุดปี 2029

Mazda ชะลอแผนรถ EV รุ่นใหม่จากแบรนด์เอง หันโฟกัส Hybrid มากขึ้น เลื่อนเปิดตัวเร็วสุดปี 2029

คาดว่า Mazda จะยังไม่เดินหน้าอย่างจริงจังในเร็ว ๆ นี้ หลังสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า Mazda ตัดสินใจชะลอการพัฒนารถ EV รุ่นใหม่ ที่จะใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้า 100% เฉพาะของแบรนด์เอง และหันไปให้ความสำคัญกับรถ Hybrid มากขึ้นแทนก่อน

EV แพลตฟอร์มใหม่ของ Mazda ถูกเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด

Mazda เคยได้มีแผนเปิดตัวรถ EV รุ่นแรกที่เป็นแพลตฟอร์มไฟฟ้าเฉพาะ (Dedicated EV Platform) ของ Mazda เอง และเตรียมเข้าสู่สายการผลิตภายในปีหน้า หลังจาก MX-30 (ไฟฟ้า 100%) ทำยอดขายไม่ได้

Mazda MX-30 (ไฟฟ้า 100%) วิ่งได้แค่ 237 กม./ชาร์จ (NEDC)

สื่อญี่ปุ่นอย่าง Nikkei และ Nikkan Jidosha รายงานว่าแผนการถูกยกเลิกไปแล้ว และรถ EV รุ่นใหม่ คาดว่าจะเป็นรถ SUV ขนาดกลาง ถูกเลื่อนการผลิตออกไปประมาณ 2 ปี อาจเริ่มผลิตได้เร็วที่สุดในปี 2029

ภาษีนำเข้า กฎมลพิษ และแรงกดดันด้านต้นทุน คือปัจจัยหลัก

สาเหตุที่ทำให้ Mazda ต้องชะลอแผน EV มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องภาษีนำเข้า กฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการยกเลิกเครดิตภาษีรถไฟฟ้าในสหรัฐฯเอง ที่มีมูลค่า 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 270,000 บาท)

Mazda ยังไม่ปิดประตู EV แต่ขอประเมินจังหวะตลาดอีกครั้ง

Mazda ให้ข้อมูลกับ Automotive News ว่า แบรนด์กำลังอยู่ระหว่างการประเมินไทม์ไลน์การเปิดตัวรถ EV ใหม่ ทาง Mazda ยังคงพัฒนาเทคโนโลยี BEV ของตนเอง ภายใต้กลยุทธ์แบบ Multi-solution และจะตัดสินใจช่วงเวลาการเปิดตัวโดยพิจารณาจากกฎระเบียบของแต่ละประเทศ และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

โรงงาน Hofu ทางตะวันตกของญี่ปุ่นเป็นฐานการผลิต รถ EV รุ่นใหม่ของแบรนด์ แต่ภาษีนำเข้าที่เริ่มบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ความคุ้มค่าทางธุรกิจลดลงอย่างชัดเจน

ยังมี EV จากความร่วมมือกับจีน แต่ไม่เหมาะกับตลาดสหรัฐฯ

แม้จะชะลอ EV แพลตฟอร์มของตัวเอง แต่ Mazda ยังไม่ละทิ้งตลาดรถไฟฟ้า เพราะล่าสุดเพิ่งเปิดตัว Mazda 6e และ CX-6e ที่พัฒนาร่วมกับ Changan จากจีน และทำตลาดในยุโรป ออสเตรเลีย ประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทยด้วยที่ยังคงไม่เปิดราคา

เนื่องจากรถทั้ง 2 รุ่นผลิตในจีน ถ้านำเข้ามาขายในจตลาดสหรัฐฯ แบรนด์ต้องเจอภาษีนำเข้าสูงถึง 100% ส่งผลให้แทบไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้เลย

แนวโน้มเดียวกับค่ายรถรายใหญ่อื่น ๆ

การตัดสินใจของ Mazda ไปในทิศทางเดียวกันกับแบรนด์ใหญ่ ๆ เช่น Ford, General Motors และ Stellantis

  • Ford ยุติการผลิต F-150 Lightning ซึ่งเคยเป็นรถกระบะไฟฟ้าขายดีที่สุดในสหรัฐฯ
  • Stellantis ยกเลิกโปรเจค Ram 1500 EV ก่อนเริ่มผลิตจริง
  • GM ยกเลิกแผนรถตู้ไฟฟ้า BrightDrop

ยุครถไฟฟ้ายังไม่จบ แต่ต้อง “ช้าลง และรอบคอบขึ้น”

แม้ว่าหลายค่ายจะชะลอหรือปรับแผน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการก้าวสู่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับหลายแบรนด์ได้มีรถยนต์ไฟฟ้าราคาจับต้องได้เตรียมเปิดตัวอีกหลายรุ่น

สำหรับ Mazda การเลือกโฟกัส Hybrid ในช่วงนี้ อาจเป็นการตั้งหลักก่อนเริ่มเดินเกม EV อย่างรอบคอบในระยะยาว พร้อมกับแพลตฟอร์มของ Mazda เองอย่างมั่นใจ

ที่มา : Insideevs

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Nuttanon P.