หมดยุคพวงมาลัยแบบเดิมที่ใช้แกนเหล็ก เพราะโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี Steer-by-Wire หรือการบังคับเลี้ยวด้วยระบบไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์อัจฉริยะและระบบขับขี่อัตโนมัติ ล่าสุด ประเทศจีน จึงได้ประกาศใช้มาตรฐานระดับชาติ เพื่อคุมเข้มด้านความปลอดภัยและรองรับการเติบโตของตลาดที่คาดว่าจะสูงถึง 2.38 แสนล้านบาทในอนาคต
จีนประกาศเกณฑ์ใหม่! ควบคุมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า Steer-by-Wire รับเทรนด์รถยนต์ไร้คนขับ เริ่มใช้ ก.ค. นี้
เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐของประเทศจีน ได้ประกาศเกณฑ์มาตรฐานระดับชาติฉบับใหม่ในชื่อ “ข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับระบบบังคับเลี้ยวรถยนต์” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

โดยมาตรฐานนี้ได้กำหนดรายละเอียดด้านเทคนิค วิธีการทดสอบสำหรับระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้า (Steer-by-Wire หรือ SbW) รวมถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับระบบบังคับเลี้ยวแบบดั้งเดิมด้วย
ความแตกต่างที่สำคัญคือ ระบบ Steer-by-Wire จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการควบคุมทิศทางรถแทนการใช้กลไกหรือระบบไฮดรอลิกแบบเดิม
ข้อมูลจาก TechSci Research ระบุว่าตลาดของระบบนี้จะเติบโตจาก 4.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.52 แสนล้านบาท) ในปี 2025 ไปเป็น 7.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.38 แสนล้านบาท) ภายในปี 2031 เนื่องจากรถยนต์อัจฉริยะในปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่การขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเน้นความแม่นยำและการออกแบบที่ยืดหยุ่นซึ่งระบบ SbW ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด

มาตรฐานใหม่นี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก
การยกระดับความปลอดภัย: เน้นการรับมือเมื่อระบบล้มเหลว เช่น หากแหล่งพลังงานหรือการส่งสัญญาณควบคุมขัดข้อง ระบบต้องมีแผนสำรองเพื่อความปลอดภัยทันที
การปรับปรุงระบบเตือนภัย: กำหนดวิธีการแจ้งเตือนเมื่อระบบเริ่มเสื่อมสภาพหรือประสิทธิภาพลดลง เพื่อลดความเสี่ยงล่วงหน้าและยืดอายุการใช้งานที่ปลอดภัย
ความเชื่อมั่นในการทำงาน: เนื่องจากระบบควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ทั้งหมด มาตรฐานนี้จึงกำหนดเกณฑ์ความปลอดภัยเพื่อป้องกันความผิดปกติของระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจนำไปสู่อันตรายได้
การบังคับใช้มาตรฐานที่เข้มงวด: ปรับปรุงวิธีการทดสอบให้ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบมีเกณฑ์ในการรีวิวเอกสารและประเมินผลการทดสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ที่มา carnewschina
