ในขณะที่ประเทศจีนเริ่มต้นปีแรกของแผนพัฒนามาตรฐานรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ปี 2026 – 2030 ความสนใจทั้งหมดได้พุ่งไปที่การอัปเดตรถยนต์กลุ่ม Plug-in Hybrid ของ BYD ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้มาพร้อมกับกระแสข่าวบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับระบบที่เรียกกันว่า DM-i 6.0 แต่ทาง BYD ยังไม่มีการประกาศเปิดตัวระบบไฮบริดเจเนอเรชันดังกล่าว หรือเผยแพร่ข้อมูลทางเทคนิคภายใต้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
BYD รุกตลาดไฮบริด 2026 อัปเกรดแบตวิ่งไกล 210 กม. สยบข่าวลือระบบ DM-i 6.0 เจนใหม่
รายละเอียดสเปกของ DM-i 6.0 ที่ถูกพูดถึงกันในสื่อยานยนต์ของจีนและกลุ่มแฟนคลับ BYD นั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่า เครื่องยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันถัดไปอาจทำค่าประสิทธิภาพทางความร้อน (Thermal Efficiency) ได้สูงถึง 48–49.5% จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เมื่อเทียบกับระบบเจเนอเรชันที่ 5 ในปัจจุบัน และยังมีข้อมูลจากการตีความเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานรัฐว่า รถรุ่นใหม่อาจวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐานการทดสอบของจีน)

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 900V ที่รองรับการชาร์จเร็วเป็นพิเศษ โดยสามารถชาร์จเพียง 5 นาทีเพื่อให้วิ่งได้ระยะทางถึง 400 กิโลเมตรในสภาวะที่เหมาะสม
รวมถึงการคาดการณ์เรื่องระบบจัดการพลังงานด้วย AI และแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่า 35 – 40 kWh ซึ่งใช้เทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น ทั้งนี้ ฟีเจอร์ทั้งหมดที่กล่าวมายังไม่ได้รับการยืนยันจาก BYD ว่าจะถูกนำมาใช้ในระบบ DM-i 6.0 หรือไม่

เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา BYD ได้เปิดตัวรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นปรับปรุงใหม่สำหรับกลุ่มรถยอดนิยม โดยเพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าให้ไกลขึ้น รุ่นปี 2026 อย่าง BYD Qin Plus DM-i, Qin L DM-i, Seal 05 DM-i และ Seal 06 DM-i ปัจจุบันสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)

โดยรุ่นที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้มีราคาเริ่มต้นประมาณ 12,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 400,000 บาท ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นการขยายไลน์สินค้าโดยใช้เทคโนโลยีไฮบริดเดิมที่มีอยู่ ไม่ใช่การเปิดตัวระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
สรุปแล้วคำว่า DM-i 6.0 อาจเป็นเพียงชื่อที่ใช้เรียกกันในกลุ่มนักวิเคราะห์และบทสนทนาออนไลน์เพื่ออธิบายถึงการอัปเดตรถรุ่นที่เน้นระยะทางวิ่งไกลขึ้นเท่านั้น BYD ยังไม่ได้ประกาศระบบเจเนอเรชันที่ 6 อย่างเป็นทางการ และการพัฒนาที่ตรวจสอบได้ทั้งหมดในขณะนี้ยังคงอยู่บนพื้นฐานของแพลตฟอร์มเทคโนโลยี DM เจเนอเรชันที่ 5 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2024 ตามแนวทางนโยบายของจีนที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการขยายการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ต่อเนื่องจนถึงปี 2026
ที่มา carnewschina
