BYD ได้เปิดตัวชิปประมวลผลสำหรับการขับขี่อัตโนมัติรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเองในชื่อ Xuanji A3 โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 4nm ซึ่งรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติในระดับ L3 และ L4 ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มสายการผลิตชิปตัวนี้จำนวนมาก (Mass Production) แล้ว เพื่อตอกย้ำเป้าหมายระยะยาวในการสร้างสังคมการจราจรที่ปราศจากอุบัติเหตุ
BYD เปิดตัวชิป 4nm “Xuanji A3” ท้าชน Nvidia มุ่งเป้าสร้างโลกที่ไร้อุบัติเหตุ
ในงานเปิดตัว Wang Chuanfu ประธานของ BYD เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีทีมวิจัยและพัฒนาชิปมากกว่า 7,000 คน รวมถึงมีธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน

การเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการตอบโต้คู่แข่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หันมาพัฒนาชิป ADAS ของตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นชิป Mach 100 ของ Li Auto, Turing AI ของ Xpeng และ NX9031 ของ Nio
สำหรับรายละเอียดทางเทคนิค Xuanji A3 ถือเป็นชิปขับขี่อัตโนมัติขนาด 4 นาโนเมตรรุ่นแรกของจีนที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ โดยชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในฝูงรถ Robotaxi ในอนาคต และยังมีจุดเด่นเรื่องการควบคุมระบบช่วยขับแบบครบวงจร (Full-chain control) ซึ่งทำให้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทำงานประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ในด้านประสิทธิภาพ เมื่อนำชิป Xuanji A3 จำนวน 3 ตัวมาทำงานร่วมกัน จะให้กำลังการประมวลผลสูงสุดที่ 2,100 TOPS นั่นหมายความว่าชิปเดี่ยวหนึ่งตัวมีกำลังอยู่ที่ 700 TOPS ซึ่งใกล้เคียงกับชิป Nvidia Drive Thor

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับคู่แข่งรายอื่นอย่าง Mach 100 ของ Li Auto ที่มีพลังถึง 1,280 TOPS หรือ Turing AI ของ Xpeng ที่มี 750 TOPS จะพบว่าชิปของ BYD ไม่ได้แรงที่สุดในตลาด แต่ทางบริษัทระบุว่าได้พัฒนาให้อัตราการใช้พลังงานคุ้มค่าขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

นอกจากนี้ ชิปดังกล่าวยังรองรับเซนเซอร์ LiDAR แบบความละเอียดสูงถึง 1,000 เส้น ซึ่งจะให้ความแม่นยำสูงกว่าเซนเซอร์ 896 เส้นของ Huawei ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน โดย Wang Chuanfu เสริมว่าเป้าหมายสูงสุดคือ “อุบัติเหตุเป็นศูนย์” และรถยนต์ BYD ทุกรุ่นจะได้รับการติดตั้งระบบ DiPilot 300 (God’s Eye B) ซึ่งเป็นระบบช่วยขับฐาน LiDAR โดยรุ่นเริ่มต้นสามารถติดตั้งเพิ่มได้ในราคาประมาณ 12,000 หยวน หรือประมาณ 60,400 บาท
ที่มา carnewschina, cnevpost
