Leapmotor ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด D99 ในจีนอย่างเป็นทางการ โดยเป็นรถ MPV ที่มีให้เลือกถึง 6 รุ่นย่อย ทั้งแบบระบบขยายระยะทาง (EREV) และแบบไฟฟ้าล้วน (BEV) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 249,800 หยวน (ประมาณ 1,310,000 บาท) ไปจนถึง 319,800 หยวน (ประมาณ 1,677,000 บาท) โดยจะเริ่มส่งมอบรถตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
Leapmotor เปิดตัว D99 รถ MPV แบตใหญ่ 115 kWh เบาะหมุนได้ ราคาเริ่มประมาณ 1.3 ล้านบาท
การออกแบบภายนอกของ Leapmotor D99 โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Bullet-head ที่มีความโค้งมน พร้อมไฟหน้าแบบแยกส่วน โดยไฟหลักด้านล่างทรงเหลี่ยม และไฟส่องสว่างด้านบนเป็นแถบแนวนอนดีไซน์พับมุมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์

ตัวรถมีสีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาว Photoelectric White, สีเงิน Liquid Silver, สีฟ้า Chenjing Blue, สีเทา Skyscape Grey และสีดำ Metallic Black





ด้านข้างตัวรถตกแต่งด้วยคิ้วสีเงินล้อมรอบแนวหลังคา มีการซ่อนรางประตูสไลด์ไว้ใต้หน้าต่างแถวที่สาม พร้อมล้ออัลลอยลายดิสก์โครเมียมเงา และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่ 1.46 ตารางเมตร ที่ป้องกันรังสียูวีได้มากกว่า 99.9% ส่วนไฟท้ายเป็นแบบแนวนอนเชื่อมต่อกันพร้อมฟีเจอร์ไฟอัจฉริยะ ISD
ภายในห้องโดยสารติดตั้งมาตรวัดดิจิทัล หน้าจอควบคุมกลางแบบลอยตัว จอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ติดตั้งมาให้ครบครัน


ความโดดเด่นอยู่ที่ความอเนกประสงค์ โดยเบาะแถวที่ 1 และ 2 สามารถพับราบได้ ส่วนเบาะแถวที่ 3 สามารถพับราบได้ 180 องศา เพื่อทำเป็นที่นอนหรือพื้นที่สังสรรค์ได้ เบาะแถวที่ 2 เป็นเบาะนั่งแบบ Aviation ที่สามารถหมุนได้ และรองรับมุมมอง 90 องศา เพื่อหันหน้าเข้าหาเบาะแถวที่ 3 พร้อมโต๊ะกลางสำหรับการใช้งานแบบ Face-to-face


ในส่วนของเทคโนโลยีและขุมพลัง Leapmotor D99 นับเป็นรุ่นแรกที่ใช้ระบบควบคุมจากส่วนกลาง (Centralised Domain Controller) สำหรับจัดการระบบห้องโดยสารและระบบขับขี่ โดยใช้ชิปประมวลผลคู่ 8797 ที่ให้พลังประมวลผลมหาศาลถึง 1280 TOPS พร้อมระบบ AI อัจฉริยะ (Large Model) ในห้องโดยสาร และระบบช่วยขับขี่ VLA

สำหรับขุมพลังนั้น รุ่น EREV ใช้แพลตฟอร์มแรงดันสูง 800V ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ พร้อมเทคโนโลยี Cell-to-Chassis (CTC) และแบตเตอรี่ 80.3 kWh


ส่วนรุ่น BEV ใช้ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 1000V และเป็นรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่แบบ Super Hybrid (NCM-LFP) ขนาด 115 kWh จาก CATL
ที่มา carnewschina
