BYD เดินหน้ายกระดับไลน์อัปตระกูล Qin อย่างต่อเนื่องด้วยการเผยโฉม Qin Max รถซีดานเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสานความเหนือชั้นของดีไซน์ขนาดใหญ่เข้ากับเทคโนโลยี Flash Charging ที่ล้ำสมัยที่สุด เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
BYD Qin Max รุ่นพี่ใหญ่แห่งตระกูล Qin ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไวสุดขีด
BYD ได้เผยแพร่ภาพอย่างเป็นทางการของ Qin Max รถยนต์ซีดานรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นรุ่นเรือธง (Flagship) ของตระกูล Qin ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

โดยคุณ Lu Tian หัวหน้าฝ่ายขายของกลุ่ม Dynasty ได้เปิดเผยผ่าน Weibo เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า รถซีดานขนาด B-class รุ่นนี้มุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ และมีตำแหน่งทางการตลาดที่สูงกว่ารุ่น Qin L โดยเขายกให้เป็นรุ่น Extra-large หรือรุ่นพี่ใหญ่ของครอบครัว Qin ที่มาพร้อมความสามารถในการชาร์จแบบ Flash Charging ตามที่หลายคนเรียกร้อง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยวันวางจำหน่ายหรือราคาอย่างเป็นทางการ
สำหรับเทคโนโลยี Flash Charging ของ BYD นั้นถือเป็นระบบชาร์จเร็วพิเศษรุ่นล่าสุด โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2025 บริษัทได้เปิดตัว Super e-Platform ที่รองรับการชาร์จระดับเมกะวัตต์ (Megawatt-level) ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 1,000 kW

และล่าสุดในเดือนมีนาคมปีนี้ BYD ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่รองรับการชาร์จด้วยหัวชาร์จเดี่ยวได้สูงถึง 1,500 kW ซึ่งช่วยให้รถที่ใช้แบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 97% ได้ในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น
ในด้านข้อมูลตัวรถ Qin Max เคยปรากฏข้อมูลในเอกสารของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) และรุ่นไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV)
สำหรับขนาดตัวถังมีความยาว 4,866 มม. กว้าง 1,880 มม. และสูง 1,495 มม. โดยมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,820 มม. ซึ่งใหญ่กว่ารุ่น Qin L เล็กน้อย
สำหรับขุมพลัง รุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) จะใช้มอเตอร์ของ BYD ที่ให้กำลังสูงสุด 240 kW (ประมาณ 322 แรงม้า) หรือ 120 kW ส่วนรุ่นไฮบริด (PHEV) จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเครื่องยนต์ให้กำลัง 74 kW และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 175 kW

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการจดทะเบียนยังระบุว่ารุ่นไฟฟ้าล้วนอาจมีการประดับป้ายท้ายรถด้วยชื่อ “Da Qin” หรือ “Qin Ultra” อีกด้วย
ปัจจุบันตระกูล Qin มีวางจำหน่ายทั้งรุ่น Qin Plus และ Qin L การมาของ Qin Max จะทำให้ตระกูลนี้มีตัวเลือกถึง 3 รุ่น โดยตระกูล Qin ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของ BYD ซึ่งในปี 2025 มียอดขายรวมถึง 661,090 คัน
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในปีนี้ค่อนข้างชะลอตัวลง โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 14,900 คัน ลดลง 66.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในช่วงครึ่งปีแรกมียอดขายรวม 149,174 คัน ลดลง 45.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ที่มา cnevpost
