ใน

ByteDance ปฏิเสธข่าวลือ พัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ย้ำแค่ทำวิจัย AI พื้นฐาน

ByteDance บริษัทแม่ของแอปพลิเคชัน TikTok ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่อาจใหญ่กว่าที่คุณคิด มีรายงานว่ากำลังวางแผนที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแต่อย่างใด บริษัทที่อยู่เบื้องหลังอัลกอริทึมที่ควบคุมวิดีโอไวรัลที่คุณชื่นชอบ กำลังให้ความสนใจในเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ

ByteDance ปฏิเสธข่าวลือ พัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ย้ำแค่ทำวิจัย AI พื้นฐาน

ข่าวการเปลี่ยนทิศทางครั้งนี้มาจากสื่อ 36kr ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวภายในหลายแห่งที่ยืนยันว่า ByteDance “กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ภาคส่วนการขับขี่อัตโนมัติ” โดยรายงานระบุว่า ByteDance กำลังมองหาโอกาสในธุรกิจ “โลจิสติกส์ไร้คนขับ” (Unmanned Logistics)

แหล่งข่าวระบุว่า โปรเจกต์นี้อยู่ภายใต้การดูแลของแผนกที่ชื่อว่า Seed ซึ่งเป็นทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ ByteDance ที่ดูแลด้านเครื่องมือ AI ต่างๆ ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโมเดลด้านภาพและการจดจำเสียง, โมเดลจำลองสภาพแวดล้อม ไปจนถึงการโต้ตอบแห่งอนาคต

ขอบเขตงานของทีม Seed มีส่วนคาดเกี่ยวกับการที่รถยนต์ไร้คนขับต้องมองเห็นและทำความเข้าใจโลก โมเดลที่ทีมนี้พัฒนาขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่รถยนต์ไร้คนขับจำเป็นต้องใช้ในการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัว รวมถึงการคาดการณ์และวางแผนการเคลื่อนที่ให้สอดคล้องกับเจตนาของผู้ขับขี่คนอื่นและมนุษย์

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า ByteDance ได้มีการหารือทางธุรกิจกับผู้ให้บริการรายอื่นในอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับ (AV) และได้เสนองานให้กับบุคลากรระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่ง ByteDance ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยระบุผ่านแถลงการณ์ต่อ 36kr ว่า “ByteDance ดำเนินการวิจัยและสำรวจในระยะเริ่มต้นอย่างกว้างขวางในสาขาที่ล้ำสมัยของโมเดล AI ขนาดใหญ่ รวมถึง Physical AI แต่ไม่มีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจการขับขี่อัจฉริยะแต่อย่างใด”

หาก ByteDance เข้าสู่ธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับจริง ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะนอกจากบริษัทรถยนต์แล้ว บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกต่างก็กำลังเร่งพัฒนาความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติ เช่น Waymo บริษัทรถยนต์ไร้คนขับชั้นนำของอเมริกาที่เริ่มต้นจากโปรเจกต์ภายใน Google, Amazon ที่เป็นเจ้าของ Zoox, Baidu (บริษัทที่เปรียบเสมือน Google ของจีน) ที่เปิดให้บริการ Robotaxi รวมถึง Nvidia ที่กำลังเร่งเครื่องในด้านนี้เช่นกัน

ที่มา insideevs

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.