ใน

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ต้อนรับสื่อมวลชนกว่า 60 คนจากภูมิภาคอาเซียน ร่วมพิสูจน์สมรรถนะยานยนต์ ในงาน BMW iX3 “Masterclass” ครั้งแรกในประเทศไทย

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดกิจกรรม BMW iX3 “Masterclass” ต้อนรับสื่อมวลชนกว่า 60 คนจากภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมแห่งอนาคตเป็นครั้งแรก ภายในงานยังได้รับเกียรติจากมร. มาร์ก เบอร์เกอร์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Neue Klasse บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ร่วมถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ มุมมองด้านการผลิต และนวัตกรรมล่าสุดที่ลูกค้าจะได้สัมผัสในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ต้อนรับสื่อมวลชนกว่า 60 คนจากภูมิภาคอาเซียน ร่วมพิสูจน์สมรรถนะยานยนต์ ในงาน BMW iX3 “Masterclass” ครั้งแรกในประเทศไทย

มิสคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้การศึกษาข้อมูลเทคโนโลยีในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 อาจช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมในเบื้องต้น แต่การได้ลองมาทดสอบสมรรถนะหลังพวงมาลัยด้วยตนเองคือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่าเทคโนโลยีสามารถยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปสู่อีกขั้นได้อย่างไร เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสื่อมวลชนจากทั่วภูมิภาคมาร่วมสัมผัสรถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ด้วยตนเองในครั้งนี้ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ถือเป็นภาพสะท้อนความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูที่ว่า นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้วัดจากคุณสมบัติใดคุณสมบัติหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานการออกแบบ เทคโนโลยี ความยั่งยืน และสมรรถนะการขับขี่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง”

โปรแกรมการขับขี่ครั้งนี้ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อถ่ายทอดขีดความสามารถรอบด้านของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport โดยมอบประสบการณ์ที่ผสานสมรรถนะบนสนามทดสอบแบบปิดเข้ากับการใช้งานจริงบนท้องถนนได้อย่างลงตัว ภายในงาน สื่อมวลชนจะได้สัมผัสสมรรถนะอันล้ำหน้าของ “Heart of Joy” ระบบควบคุมกลางสุดล้ำของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมทดสอบฟังก์ชันช่วยจอดอัจฉริยะที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ เมื่อออกสู่เส้นทางจริง การขับขี่นี้ได้สะท้อนการทำงานอันไร้รอยต่อระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ ผ่านนวัตกรรมสำคัญอย่าง Symbiotic Drive, BMW Maps เจเนอเรชันใหม่ และฟังก์ชัน My Modes ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ

นอกจากนี้ มร. เบอร์เกอร์ ได้ร่วมถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่อย่างครอบคลุม จากประสบการณ์ตรงที่มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการพัฒนาและการผลิต โดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
BMW Panoramic iDrive ที่ขับเคลื่อนด้วย BMW Operating System X ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อเป็นรากฐานดิจิทัลสำหรับประสบการณ์ผู้ใช้รถยนต์ยุคใหม่ ประสบการณ์ภายในห้องโดยสารที่เหนือระดับ ตั้งแต่ระบบความบันเทิงภายในรถ ไปจนถึงแนวคิดการออกแบบทั้งภายในและภายนอกตัวรถ

แนวคิด “Shy Tech” อันล้ำสมัยของบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ออกแบบเพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูลและองค์ประกอบที่มองเห็น เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่เรียบง่าย สะอาดตา และใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบส่งกำลัง Gen6
แนวทางด้านความยั่งยืนของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงการหมุนเวียนทรัพยากร ไปจนถึงการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิล

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ หนึ่งในรถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับคะแนนสูงสุดระดับ “5 ดาว” จากการทดสอบ Euro NCAP ภายใต้มาตรฐานการประเมินใหม่ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ยังได้รับคะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาวจากการประเมินความปลอดภัย Euro NCAP ล่าสุด ภายใต้มาตรฐานการทดสอบใหม่ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ซึ่งมาตรฐานนี้เริ่มนำมาใช้ในปี 2569 ในฐานะหนึ่งในยนตรกรรมรุ่นแรกที่ได้รับการประเมินภายใต้ข้อกำหนดใหม่

รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse สามารถทำคะแนนได้เหนือเกณฑ์ระดับ 5 ดาวในทุกด้าน ทั้งความปลอดภัยในการขับขี่ (Safe Driving) การหลีกเลี่ยงการชน (Crash Avoidance) การปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน (Crash Protection) และความปลอดภัยหลังเกิดการชน (Post Crash Safety) ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนแนวทางด้านความปลอดภัยแบบองค์รวมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ผสานระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อันล้ำสมัย โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง และฟังก์ชันความปลอดภัยอัจฉริยะหลังเกิดการชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบครัน

เกณฑ์การทดสอบ Euro NCAP ใหม่ถือเป็นการปรับปรุงกระบวนการประเมินครั้งใหญ่และครอบคลุมที่สุด นับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบการให้คะแนนแบบรวมในปี 2552 ปัจจุบัน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ สถานการณ์จราจรจริงบนท้องถนน และความปลอดภัยภายหลังเกิดการชน ล้วนมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นต่อคะแนนประเมินโดยรวมของรถยนต์ ควบคู่ไปกับการทดสอบการชนในรูปแบบดั้งเดิม แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างภาพรวมที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีความปลอดภัยสมัยใหม่ รวมถึงประเมินประสิทธิผลของเทคโนโลยีเหล่านี้เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงบนท้องถนน
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่

ราคา: 3,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่เข้าสู่สายการผลิตเต็มรูปแบบ เป็นรถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในทุกด้าน นับตั้งแต่

การออกแบบไปจนถึงเทคโนโลยีภายใน พร้อมมอบประสบการณ์ที่ชาญฉลาด เปี่ยมสมรรถนะ และโดดเด่นด้วย
คาแรกเตอร์เฉพาะตัวยิ่งกว่าที่เคย ก่อนจะปูทางไปสู่การเปิดตัวนวัตกรรมจาก Neue Klasse ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยแนวทางการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมของบีเอ็มดับเบิลยูมาตีความจากมุมมองใหม่ที่ล้ำสมัย กระจังหน้าทรงไตคู่ในรุ่นนี้ จัดวางมาในแนวตั้ง คล้ายคลึงกับกระจังหน้าของรถยนต์ Neue Klasse รุ่นดั้งเดิมจากทศวรรษ 1960 ทั้งยังติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow มาขับเน้นกรอบกระจังให้เด่นสะดุดตาแทนการใช้กรอบโครเมียมในรุ่นเดิม

เมื่อมองจากด้านข้าง บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นผิวตัวถังขนาดใหญ่ ตัดด้วยเส้นสายที่แม่นยำเพื่อสร้างรูปลักษณ์และเหลี่ยมมุมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับรถยนต์ SAV ในรุ่นก่อนหน้า

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มีซุ้มล้อทรงเหลี่ยมที่ขับเน้นบุคลิกของตัวรถให้ดูแข็งแกร่งและสง่างาม เข้ากับล้อ BMW Individual aerodynamic ขนาด 22 นิ้วอย่างลงตัว ส่วนไฟท้ายทอดยาวในแนวนอนเข้าสู่จุดกึ่งกลางของตัวรถ ทำให้ส่วนท้ายดูทรงพลังและโฉบเฉี่ยว ด้านการใช้งาน iX3 ใหม่ ยังคงพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 1,750 ลิตร เมื่อพับพนักพิงเบาะหลังลง และยังมีช่องเก็บของเพิ่มเติมใต้ฝากระโปรงหน้าความจุ 58 ลิตรอีกด้วย

ภายในห้องโดยสารของ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยกระดับการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยระบบ BMW Panoramic iDrive ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเสียงตอบรับของลูกค้าทั่วโลก ข้อมูลจากรถยนต์ที่เชื่อมต่อกว่า 10 ล้านคัน และการศึกษาด้านการใช้งานจริงกับลูกค้ากว่า 3,000 คน

ระบบนี้ได้รวบรวมองค์ประกอบหลัก 4 ประการมาไว้ในระบบแสดงผลและควบคุมสั่งการที่มีรูปแบบเฉพาะตัว โดยจะฉายข้อมูลลงบนกระจกหน้าแบบเต็มความกว้าง วางข้อมูลสำคัญสำหรับการขับขี่ไว้ในระยะสายตาของผู้ขับขี่ และเปิดให้สามารถปรับเปลี่ยนและเลือกเนื้อหาในส่วนกลางและฝั่งผู้โดยสารได้ตามความต้องการ ส่วนนวัตกรรมจอแสดงผล BMW 3D Head-Up Display ติดตั้งอยู่เหนือ BMW Panoramic Vision ทางฝั่งผู้ขับขี่ เพื่อแสดงข้อมูลเส้นทางเป็นภาพสามมิติพร้อมมิติความลึก

ระบบ BMW Panoramic iDrive ทำงานบน BMW Operating System X ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งมอบขอบเขตการปรับแต่งส่วนบุคคลอย่างกว้างขวางผ่านบัญชีผู้ใช้ BMW ID ทั้งยังรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ ฟังก์ชันดิจิทัลที่หลากหลาย และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน My BMW ทั้งยังพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคตผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์จากบีเอ็มดับเบิลยูอีกด้วย

นอกเหนือจากประสบการณ์ดิจิทัลแล้ว ภายในห้องโดยสารของ BMW iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังให้พื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษสำหรับผู้โดยสารทั้งห้าที่นั่ง แผงหน้าปัดแบบลอยตัวของ BMW Panoramic iDrive เชื่อมต่อโดยตรงกับแผงบุประตูขนาดใหญ่ สร้างเอฟเฟกต์โอบล้อมผู้โดยสาร แสงไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ผสานกับหน้าต่างบานใหญ่และหลังคากระจกพาโนรามาพร้อมระบบป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สว่างไสว

ด้วยแพ็กเกจ M Sport ที่ติดตั้งมาให้ รูปลักษณ์ที่สปอร์ตของ iX3 ใหม่จึงถูกเน้นย้ำด้วยเบาะนั่ง M Sport และพวงมาลัย M ภายในห้องโดยสาร ในขณะที่ภายนอกโดดเด่นด้วยการตกแต่งสีดำเงา (Black high-gloss accents)

ส่วนหน้าจอแสดงผลกลาง จัดวางในรูปแบบที่ยกตัวออกมาจากแผงคอนโซลหน้า ใช้งานได้สะดวกด้วยตำแหน่ง
การติดตั้งที่ไม่ไกลจากพวงมาลัย และแสดงภาพได้คมชัดด้วยเทคโนโลยี Matrix Backlight ผู้ขับขี่เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ที่เรียกใช้งานเป็นประจำได้ผ่านวิดเจ็ต QuickSelect ที่จัดเรียงเป็นแถวแนวตั้งในฝั่งขวามือ โดยไม่ต้องเข้าเมนูหลายชั้น

ส่วนพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมปุ่มควบคุม พร้อมรับคำสั่งจากผู้ขับขี่และแจ้งเตือนถึงฟังก์ชันต่างๆ ด้วยผิวสัมผัสของตัวปุ่มเอง ไฟส่องสว่างใต้ปุ่ม และระบบสั่น (haptic feedback) ที่ตอบสนองต่อการสัมผัส

ทั้งนี้ ระบบ BMW Panoramic iDrive รับบทบาทเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้ทั้งหน้าจอ องค์ประกอบงานออกแบบภายใน พร้อมด้วยแสงและเสียงภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผสานเป็นหนึ่ง พร้อมรองรับการปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการผ่านฟังก์ชัน My Modes นอกจากนี้ ระบบเสียงสังเคราะห์ประกอบการขับขี่ BMW HypersonX ที่สรรสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดสำหรับรถยนต์ Neue Klasse ยังพร้อมเสริมบรรยากาศและความเร้าใจในทุกการเดินทาง

นอกเหนือจากเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังมอบพื้นที่กว้างขวางโอ่อ่าในทุกที่นั่ง โดยแผงหน้าปัดแบบลอยตัวของระบบ BMW Panoramic iDrive ทอดยาวตามแนวกระจกหน้ามาเชื่อมกับบานประตูได้อย่างพอดี สร้างบรรยากาศของห้องโดยสารที่โอบล้อมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบรอบด้าน

ส่วนระบบไฟตกแต่งภายใน พร้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่และหลังคากระจกพาโนรามาแบบกันความร้อน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ยิ่งดูโอ่โถงและสว่างไสว แพ็กเกจ M Sport ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานในรุ่นนี้ ยิ่งตอกย้ำรูปลักษณ์อันปราดเปรียวของ iX3 ใหม่ ด้วยเบาะนั่ง M Sport และพวงมาลัยแบบ M ภายในห้องโดยสาร คู่ไปกับชุดแต่งสีดำเงา Black high-gloss ที่ด้านนอก

ในด้านสมรรถนะและการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ Neue Klasse โดยเฉพาะ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่แรงดันสูงแบบใหม่ที่ใช้เซลล์ทรงกระบอก และเทคโนโลยีการชาร์จไฟระดับ 800 โวลต์

ทั้งหมดนี้ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ สามารถส่งพละกำลังมหาศาลถึง 345 กิโลวัตต์ / 469 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ลงสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงพารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Neue Klasse นี้ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานลงถึง 40% ลดน้ำหนักลง 10% และลดต้นทุนการผลิต ลง 20% เมื่อเทียบกับระบบ BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5

แบตเตอรี่ของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เพิ่มปริมาณพลังงานต่อเซลล์ขึ้นราว 20% และยังชาร์จได้เร็วขึ้นถึง 30% ด้วยความจุแบตเตอรี่รวม 108.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง iX3 รุ่นนี้จึงสามารถเดินทางได้สูงสุดถึง 805 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และเมื่อใช้บริการจากสถานีชาร์จความเร็วสูงแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 800 โวลต์

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 372 กิโลเมตรเมื่อจอดชาร์จเพียง 10 นาที ขณะที่การชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น

ระบบส่งกำลังและการควบคุมที่แม่นยำในทุกจังหวะของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ขับเคลื่อนโดยระบบที่มีชื่อว่า “Heart of Joy” ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คอมพิวเตอร์ระดับ “Superbrain” ที่ควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่น ชุดควบคุมสมรรถนะสูงนี้รับผิดชอบดูแลระบบส่งกำลัง เบรก ระบบหมุนเวียนพลังงาน และฟังก์ชันย่อยที่สนับสนุนการบังคับพวงมาลัย โดยสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าชุดควบคุมทั่วไปถึง 10 เท่า

เมื่อผนวกรวมกับซอฟต์แวร์ BMW Dynamic Performance Control ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด Heart of Joy สามารถพิจารณาและคิดคำนวณตัวแปรต่างๆ จากสภาวะขณะขับขี่จริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าใคร เสริมให้ตัวรถตอบสนองต่อทุกสัมผัสของคันเร่ง แป้นเบรก และพวงมาลัยอย่างแม่นยำและมั่นใจ นอกจากนี้ Heart of Joy ยังอยู่เบื้องหลังฟังก์ชัน Soft Stop ที่ช่วยให้ iX3 ใหม่ สามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลกว่าบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นที่ผ่านมา

ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงระดับ “Superbrain” อีกตัวหนึ่งในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันอัตโนมัติทั้งหมดสำหรับการขับขี่และจอดรถ ด้วยพลังประมวลผลที่เหนือกว่าชุดควบคุมแบบเดิมถึง 20 เท่า ระบบควบคุมนี้จึงยกระดับฟังก์ชันการช่วยเหลือผู้ขับขี่ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่นให้เหนือชั้นกว่าเดิม

โดยในบีเอ็ม ดับเบิลยู iX3 ใหม่ เทคโนโลยี BMW Symbiotic Drive จะนำการควบคุมของผู้ขับขี่มาผสานเข้ากับซอฟต์แวร์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ตัวอย่างเช่นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่จะไม่ปิดตัวลงทันทีที่แตะเบรกเบาๆ แต่จะหยุดทำงานเมื่อเหยียบเบรกแรงขึ้น ส่วนระบบที่ช่วยคุมตัวรถให้อยู่ในเลน จะยังทำงานอยู่แม้ผู้ขับขี่จะหมุนพวงมาลัยเล็กน้อย

นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อื่นๆ ที่ติดตั้งมาให้ในรถยนต์ Neue Klasse ยังรวมถึง BMW Motorway Assistant ที่ช่วยควบคุมพวงมาลัยแบบอัตโนมัติขณะขับขี่บนมอเตอร์เวย์ และ BMW City Assistant ที่สามารถตรวจจับสัญญาณไฟจราจรเพื่อหยุดและเดินรถได้ตามสถานการณ์

นอกจากการสร้างนิยามใหม่ของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในทุกมิติ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังนำแนวคิดด้านความยั่งยืนและการหมุนเวียนทรัพยากรของรถยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse มาปรับใช้จริง ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยคำนวณจากการขับขี่เป็นระยะทาง 200,000 กิโลเมตร

ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากมาตรการด้านความยั่งยืนที่ทำมาปรับใช้ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัตถุดิบทดแทน (secondary raw materials) ราวหนึ่งในสามของทั้งหมด หรือการปรับกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่นการผลิตและขนส่งตัวรถ ให้ลดการปล่อยมลพิษคาร์บอนลงถึง 35%

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ และนวัตกรรมสุดล้ำสมัยของ Neue Klasse พร้อมอวดโฉมบนท้องถนนประเทศไทยด้วยตัวเลือกสีตัวถัง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Ocean Wave Blue Metallic (พร้อมห้องโดยสารในโทนสีดำ), สีเทา Brooklyn Grey Metallic, สีเทา Polarised Grey Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีขาว Alpine White Solid และสีเงิน Space Silver Metallic (ทั้งหมดมาพร้อมห้องโดยสารในสีน้ำตาล Castanea)

ข่าวประชาสัมพันธ์ BMW ประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.