รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Extended-Range Electric Vehicle (EREV) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในจีนและหลายประเทศทั่วโลก เพราะเป็นทางเลือกที่ผสมข้อดีของรถ EV เข้ากับเครื่องยนต์สันดาป ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางวิ่ง (Range Anxiety)
EREV อาจดูแลง่ายแทบไม่ต่างจาก EV ล้วน! Xiaomi เผยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 3 ปีได้
แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า เมื่อรถ EREV มีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน จึงอาจต้องดูแลรักษามากกว่ารถ EV หรือไม่ ล่าสุด Xiaomi ได้ออกมายืนยันว่า รถ EREV ของบริษัทอาจมีค่าบำรุงรักษาใกล้เคียงกับรถ EV มากกว่าที่หลายคนคิด

Xiaomi เพิ่งเปิดตัวแบรนด์ย่อย SkyNomad ซึ่งเน้นรถ SUV สำหรับครอบครัว แตกต่างจาก SU7 และ YU7 ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ โดยรุ่นแรกประกอบด้วย SkyNomad N90 และ SkyNomad N70 ซึ่งเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ เน้นความนุ่มนวลและความสะดวกสบายในการเดินทาง
ทั้งสองรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ EREV ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ทำหน้าที่เป็น Range Extender หรือเครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ไม่ได้ขับเคลื่อนล้อโดยตรง
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งแรกที่ 10,000 กม. หลังจากนั้นทุก 3 ปี หรือ 30,000 กม.
ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Xiaomi ได้เผยแผนการบำรุงรักษาผ่าน Weibo ระบุว่า เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งแรก เมื่อใช้งานครบ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร หลังจากนั้น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและเข้าศูนย์บริการทุก 3 ปี หรือทุก 30,000 กิโลเมตรของการทำงานด้วยเครื่องยนต์ แล้วแต่ว่าเงื่อนไขใดถึงก่อน

แนวทางดังกล่าวใกล้เคียงกับ Li Auto ที่กำหนดรอบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับ L8 และ L9 ไว้ที่ 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร เช่นกัน
หากแนวทางนี้ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย ก็อาจช่วยลดความแตกต่างของค่าบำรุงรักษาระหว่างรถ EV กับรถ EREV ลงอย่างมาก
เพื่อเปรียบเทียบ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปหรือรถไฮบริดส่วนใหญ่ มักต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ประมาณ 4,800–16,000 กิโลเมตร
เครื่องยนต์ทำงานน้อย จึงสึกหรอน้อยกว่า
ข้อได้เปรียบสำคัญของรถ EREV คือ เครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อเหมือนรถไฮบริดทั่วไป
ในรถไฮบริด เครื่องยนต์จำเป็นต้องทำงานในหลายช่วงความเร็วเพื่อช่วยขับเคลื่อนรถ แต่รถ EREV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้เป็นระยะทางไกล โดยที่เครื่องยนต์ไม่จำเป็นต้องติดเลย

เมื่อเครื่องยนต์ถูกใช้งานน้อยลง การสึกหรอของชิ้นส่วนและการเสื่อมของน้ำมันเครื่องก็ลดลงตามไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ Xiaomi และ Li Auto มั่นใจว่าสามารถขยายรอบการบำรุงรักษาให้นานขึ้นได้
หากผู้ใช้เสียบชาร์จรถเป็นประจำ และแทบไม่ได้ใช้งานเครื่องยนต์ ก็มีโอกาสที่รถจะถึงกำหนดเข้าศูนย์เพราะ “ครบเวลา” มากกว่าจะเป็นเพราะ “ใช้งานครบระยะทาง”
ประสบการณ์จาก Chevrolet Volt ก็เคยทำได้
ตัวอย่างประสบการณ์จากการใช้งาน Chevrolet Volt ปี 2015 ซึ่งเป็นรถ Plug-in Hybrid ที่มีระบบ Range Extender เช่นกัน แม้ว่ารถรุ่นดังกล่าวจะวิ่งด้วยไฟฟ้าได้จริงเพียงประมาณ 40 ไมล์ (ประมาณ 64 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่เมื่อชาร์จไฟเป็นประจำ เครื่องยนต์แทบไม่ได้ทำงานเป็นเวลานานเกือบหนึ่งปี
อย่างไรก็ตาม รถจะเข้าสู่ Maintenance Mode โดยอัตโนมัติ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นระยะสำหรับเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงเก่าที่ค้างอยู่ หมุนเวียนน้ำมันเครื่อง และไล่ความชื้นที่อาจสะสมภายในเครื่องยนต์
นอกจากนี้ ระบบ Oil Life Monitor ของ Chevrolet Volt ยังสามารถวิเคราะห์ทั้งระยะทางและรูปแบบการใช้งานจริง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 2 ปี ก่อนระบบแจ้งเตือนให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
Xiaomi อาจใช้น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษจาก Shell
ปัจจุบัน Xiaomi ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด ว่าเหตุใดจึงสามารถยืดรอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้นานถึง 3 ปี
ก่อนหน้านี้ Li Auto เคยเปิดเผยว่า ได้ปรับปรุงโครงสร้างภายในของเครื่องยนต์ Range Extender เพื่อลดการเกิดออกซิเดชันของน้ำมันเครื่อง และลดการปนเปื้อนจากความชื้น นอกจากนี้ Li Auto ยังร่วมมือกับ Shell พัฒนาน้ำมันเครื่องสูตรพิเศษสำหรับการใช้งานระยะยาว
มีรายงานว่า Xiaomi ก็ร่วมมือกับ Shell เช่นกัน โดยเลือกใช้น้ำมันเครื่องความหนืดต่ำ (Low-Viscosity Oil) ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อรองรับรอบการบำรุงรักษาที่ยาวนาน
อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่า ได้มีการสอบถามไปยัง Scout Motors เกี่ยวกับรอบการบำรุงรักษา แม้ว่าบริษัทยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่ตัวแทนของบริษัทระบุว่า การมีรอบบำรุงรักษาที่ยาวขึ้นถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของรถ EV และ EREV คาดว่ารายละเอียดทั้งหมดจะเปิดเผยเมื่อรถใกล้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ที่มา insideevs
