ใน , ,

เผยโฉมภายใน BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 ดีไซน์ Ocean Rhythm ลำโพง Devialet 20 ตำแหน่ง วิ่งไกลสุด 875 กม.

BYD ปล่อยภาพห้องโดยสารอย่างเป็นทางการของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 ชูแนวคิด Ocean Rhythm พร้อมอัปเกรดระบบเสียง Devialet 20 ตำแหน่ง มิติตัวถังใหญ่ขึ้นทุกมิติ พร้อมขุมพลังทั้ง EV วิ่งไกลสุด 875 กม. (CLTC) และปลั๊กอินไฮบริด DM-i วิ่งไฟฟ้าล้วน 245 กม. (WLTC)

เผยโฉมภายใน BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 ดีไซน์ Ocean Rhythm ลำโพง Devialet 20 ตำแหน่ง วิ่งไกลสุด 875 กม.

BYD เผยภาพห้องโดยสารอย่างเป็นทางการของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้แนวคิดการออกแบบ Ocean Rhythm ต่อเนื่องจากภาพหลุดรถโปรโทไทป์เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2026 โดยการปรับดีไซน์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ยอดส่งมอบในประเทศของรุ่นเดิมในเดือน ก.ย. ลดลง 37.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 624 คัน

คอนโซลหน้า BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
แผงคอนโซลหน้าและพวงมาลัยดีไซน์ Ocean Rhythm ของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2

ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับเปลี่ยนจุดสำคัญด้วยการย้ายคันเกียร์คริสตัลทรงกลมแบบเดิมไปเป็นก้านเกียร์อิเล็กทรอนิกส์บริเวณคอพวงมาลัย ส่งผลให้คอนโซลกลางแบบลอยตัวมีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายแบบเอียง 2 ตำแหน่ง สวิตช์ควบคุมแบบแถบโลหะ และที่วางแก้วน้ำคู่ ขณะที่ผู้ขับขี่จะพบกับพวงมาลัยท้ายตัดแบบ 3 ก้าน แผงหน้าปัดดิจิทัล ช่องสำหรับระบบแสดงผลบนกระจกหน้า Head-up Display พร้อมติดตั้งระบบเสียง Devialet 20 ตำแหน่ง ตกแต่งด้วยฝาครอบลำโพงโลหะฉลุลายด้วยเลเซอร์ เบาะคู่หน้ารองรับระบบอุ่น ระบายอากาศ และระบบนวดด้วยลม ทั้งยังขยายความยาวเบาะรองนั่งและปรับสรีระพนักพิงหลังให้รับกับระยะฐานล้อขนาด 2,960 มม.

เบาะนั่งแถวหน้า BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ดีไซน์เบาะนั่งคู่หน้าและคอนโซลกลางของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
เบาะนั่งแถวหลัง BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
พื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังพร้อมเบาะนั่งขนาดใหญ่ของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ลำโพง Devialet ใน BYD Seal 07
ฝาครอบลำโพงแบรนด์ Devialet บริเวณแผงประตูของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2

สำหรับมิติตัวถังของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 มีความยาว 5,080 มม. ความกว้าง 1,960 มม. ความสูง 1,495 มม. และระยะฐานล้อ 2,960 มม. ซึ่งเมื่อเทียบกับ Seal 07 EV รุ่นเดิม พบว่ามีความยาวเพิ่มขึ้น 85 มม. กว้างขึ้น 50 มม. และฐานล้อยืดออกอีก 60 มม. งานดีไซน์ภายนอกมาพร้อมไฟหน้าแบบแยกส่วนทรงคลื่น มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน โดยในรุ่นขุมพลัง EV มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา ขณะที่รุ่น DM-i จะไม่มีอุปกรณ์นี้ตามข้อมูลการยื่นจดทะเบียน

ด้านข้างตัวรถ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
เส้นสายด้านข้างตัวถังของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ไฟหน้า BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่ของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2

ด้านระบบขับเคลื่อนมีทั้งรุ่นพลังงานไฟฟ้าล้วนและปลั๊กอินไฮบริด โดยรุ่น Seal 07 EV ติดตั้งมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง มี 2 พละกำลังให้เลือก ได้แก่ มอเตอร์ขนาด 245 kW (329 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 76.744 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 775 กม. มาตรฐาน CLTC (636 กม. มาตรฐาน WLTP) และรุ่นมอเตอร์ขนาด 300 kW (402 แรงม้า) ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ FinDreams LFP ความจุ 88.682 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 875 กม. มาตรฐาน CLTC (718 กม. มาตรฐาน WLTP) ทั้งสองรุ่นทำความเร็วสูงสุดได้ 240 กม./ชม. ส่วนรุ่น Seal 07 DM-i มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 115 kW ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW และแบตเตอรี่ LFP ขนาด 38.029 kWh วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 245 กม. มาตรฐาน WLTC และทำความเร็วสูงสุดได้ 190 กม./ชม.

ล้ออัลลอย BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตน้ำหนักเบาของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ไฟท้าย BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2
ดีไซน์ไฟท้ายแบบพาดยาวของ BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2

ที่มา: CarNewsChina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sahakrit S