BYD ได้ยื่นเอกสารกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขออนุมัติผลิต BYD Seagull รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีการอัปเกรดทั้งขนาด พละกำลัง และฟีเจอร์อัจฉริยะให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น
BYD เตรียมส่ง Seagull โฉมใหม่ ตัวถังใหญ่ขึ้น แรงกว่าเดิม พร้อมอัปเกรดระบบ LiDAR
Seagull รุ่นใหม่นี้มีขนาดความยาว 4,205 มม. ความกว้าง 1,810 มม. และความสูง 1,570 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,650 มม. และออกแบบมาเป็นรถ 5 ที่นั่ง เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบันพบว่ารุ่นใหม่นี้ยาวขึ้นถึง 425 มม. และฐานล้อกว้างขึ้น 150 มม.

ซึ่งทำให้ขนาดของรถใกล้เคียงกับ BYD Dolphin มากขึ้น และคาดว่าจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารได้อย่างมาก
ในส่วนของดีไซน์ ด้านหน้าถูกออกแบบใหม่ด้วยเส้นสายที่คมชัดและไฟหน้าทรงเหลี่ยมโฉบเฉี่ยว ด้านข้างใช้มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน และด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคว่ำพร้อมตัวอักษร BYD ตรงกลาง
ทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ให้กำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ (127 แรงม้า) ซึ่งแรงกว่ารุ่นเดิมที่มีกำลังเพียง 55 กิโลวัตต์อย่างเห็นได้ชัด ทั้งคู่ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กม./ชม.

จุดแตกต่างสำคัญระหว่างสองรุ่นย่อยคือน้ำหนักและระบบเซนเซอร์ โดยรุ่นเริ่มต้นมีน้ำหนัก 1,180 กก. ส่วนอีกรุ่นหนัก 1,255 กก. ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม เช่น LiDAR รวมถึงเรดาร์หน้า-หลัง-ข้างได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารุ่นท็อปจะรองรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง
ทั้งนี้ BYD เคยเปิดตัว LiDAR ใน Seagull รุ่นปี 2026 ไปแล้ว โดยรุ่น God’s Eye B ที่มี LiDAR มีราคาเริ่มต้นที่ 90,900 หยวน (ประมาณ 454,500 บาท)

Seagull ถือเป็นหัวใจสำคัญของตระกูล Ocean โดยในปี 2025 ทำยอดขายได้ถึง 529,537 คัน อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 นี้ยอดขายเริ่มชะลอตัวลง โดยครึ่งปีแรกมียอดขายรวม 163,174 คัน ลดลง 42.63% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ดังนั้นการอัปเกรดครั้งใหญ่นี้จึงสำคัญมากสำหรับ BYD เพื่อกระตุ้นยอดขายและแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังดุเดือด แม้ว่า BYD จะยังไม่ประกาศราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะได้เห็นรถรุ่นนี้ในตลาดเร็วๆ นี้
ที่มา cnevpost
