ใน ,

เปิดตัว Nio ES9 ในจีน รถ SUV ยักษ์ 5.4 เมตร 697 แรงม้า พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังสุดล้ำ เริ่มต้นแค่ 1.83 ล้านบาท

Nio ES9 รถ SUV ขนาดใหญ่ (Full-size SUV) รุ่นใหม่ล่าสุด ได้เข้าสู่ตลาดประเทศจีนอย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้า (Steer-by-wire) ระบบเลี้ยวล้อหลัง พละกำลังสูงถึง 697 แรงม้า และขับขี่ได้ไกล 620 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

เปิดตัว Nio ES9 ในจีน รถ SUV ยักษ์ 5.4 เมตร 697 แรงม้า พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังสุดล้ำ เริ่มต้นแค่ 1.83 ล้านบาท

Nio ES9 ถือเป็นรถ SUV ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ด้วยมิติตัวถัง ยาว 5,365 มม. กว้าง 2,029 มม. สูง 1,870 มม. และมีระยะฐานล้อกว้างถึง 3,250 มม.

การออกแบบยังคงเอกลักษณ์ของ Nio ไว้อย่างชัดเจน เช่น ไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านหน้าตัวรถแบบปิด มือจับประตูที่ราบไปกับตัวรถ และเสาหลังคาสีดำ

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์การดีไซน์ที่น่าสนใจคือ แถบคาดยาว 2.68 เมตรบริเวณแผงประตู รถรุ่นนี้มาพร้อมล้อฟอร์จขนาดใหญ่ถึง 23 นิ้ว และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (ค่าแรงเสียดทาน) ต่ำเพียง 0.264 Cd

ตัวรถติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบครัน เช่น ประตูระบบไฟฟ้า, บันไดข้างอัตโนมัติ และมีสีตัวถังให้เลือกถึง 7 สี ได้แก่ Snow Peak Gold, Cloud White, M42 Nebula Red, Antarctic Blue, Starry Green, Midnight Black และ Moonlight Silver

อีกทั้งยังมีแพ็กเกจตกแต่งพิเศษ Black Gold ให้เลือกซื้อเพิ่มด้วย ที่น่าสนใจคือในรุ่นท็อปสุดอย่าง Horizon Edition จะมีสีทูโทนสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้เลือก คือ สีดำ Midnight Black จับคู่กับสีเงิน Moonlight Silver และ สีดำ Midnight Black จับคู่กับสีทอง Snow Peak Gold

ภายในห้องโดยสารของ Nio ES9 ติดตั้งหน้าจอส่วนกลางแบบลอยตัวขนาด 15.6 นิ้ว เสริมด้วยหน้าจอบางยาวขนาด 48 นิ้วที่พาดยาวตลอดแนวคอนโซลหน้า

ไฮไลต์อีกอย่างคือหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้าอัจฉริยะ (AR Head-Up Display) ที่ให้ภาพคมชัดเสมือนฉายหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 130 นิ้วในระยะสายตา 13 เมตร

ในส่วนของเบาะนั่งแถวที่สองสามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้มากถึง 26 ทิศทาง โดยเบาะฝั่งขวาสามารถเลื่อนออกด้านข้างได้ 150 มม. พื้นที่ระบบทำความร้อนของเบาะกว้างถึง 1.91 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งตัวเบาะ, ที่รองขา, พนักพิง, ที่วางแขน, ที่รองศีรษะ และหมอนรองคอ

ไม่เพียงเท่านี้ เบาะนั่งแถวที่สองยังมีระบบนวดตัวมากถึง 42 จุด (รวมถึงระบบนวดเท้า 20 จุด) ขณะที่เบาะนั่งแถวที่สามก็ปรับด้วยไฟฟ้าและมีระบบทำความร้อนเช่นกัน

ภายในรถยังมีระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ Nomi Mate ที่แสดงผลเป็นหุ่นทรงกลมสุดน่ารักอยู่บนคอนโซลหน้า ติดตั้งลำโพงรอบทิศทางถึง 47 ตัว ให้กำลังขับรวม 3,020 วัตต์ พร้อมด้วยม่านบังแดดที่หน้าต่าง หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 16 นิ้วอีก 2 จอ และตู้เย็นภายในรถ

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถของ Nio ES9 มีความจุมาตรฐานอยู่ที่ 477 ลิตร และมีช่องเก็บของซ่อนอยู่ใต้พื้นรถอีก 123 ลิตร หากพับเบาะนั่งแถวที่สามลง จะสามารถขยายพื้นที่ความจุได้สูงสุดถึง 1,586 ลิตร นอกจากนี้ ตัวรถยังสามารถปรับลดความสูงลงอัตโนมัติได้ 35 มม. เพื่อความสะดวกในการยกสัมภาระขึ้นลง

ในด้านเทคโนโลยี Nio ES9 รุ่นเริ่มต้นจะใช้ชิปประมวลผล Shenji NX9031 ส่วนในรุ่น Signature Edition และ Horizon Edition จะใช้ชิป NX9031 ถึงสองตัว เพื่อควบคุมการทำงานของเซนเซอร์รอบคันที่มีมากถึง 31 ตัว (รวมถึงระบบ LiDAR 3 ตัว) ส่งผลให้รถคันนี้รองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ Navigate on Autopilot ที่ช่วยให้รถสามารถขับเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ยังคงต้องคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา

Nio ES9 ใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 900V ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุดรวมกัน 520 กิโลวัตต์ (697 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.3 วินาที

มาพร้อมแบตเตอรี่แบบ ternary NMC ความจุ 102 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) วิ่งได้ระยะทาง 620 กิโลเมตร รองรับทั้งการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) และเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap)

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้าที่ปรับอัตราทดพวงมาลัยแปรผันได้ ช่วงล่างเป็นแบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ (Active Suspension) ที่ปรับความสูงและความนุ่มนวลได้ตามสถานการณ์ และมีระบบเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยลดวงเลี้ยวแคบสุดเหลือเพียง 5.4 เมตร รวมถึงสามารถปรับเพิ่มความสูงใต้ท้องรถได้อีก 60 มม.

ราคาจำหน่ายของ Nio ES9 ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 498,000 ถึง 628,000 หยวน (ประมาณ 2.34 ถึง 2.95 ล้านบาท) ซึ่งรถรุ่นนี้มีตัวเลือกบริการเช่าแบตเตอรี่ BaaS เช่นเดียวกับรถรุ่นอื่น ๆ ของแบรนด์ Nio ทำให้สามารถซื้อรถได้ในราคาลดเหลือเพียง 390,000 ถึง 520,000 หยวน (ประมาณ 1.83 ถึง 2.44 ล้านบาท)

ทั้งนี้ Nio จะเริ่มส่งมอบรถรุ่นที่มีคอนโซลกลางสำหรับเก็บของในวันที่ 28 พฤษภาคม ส่วนรุ่นที่มีช่องทางเดินตรงกลางระหว่างเบาะนั่งแถวที่สองจะเริ่มส่งมอบในเดือนกรกฎาคม

จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่า ในเดือนเมษายน ปี 2026 Nio ได้ส่งมอบรถยนต์ในประเทศจีนไปทั้งหมด 18,991 คัน ซึ่งลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยรถรุ่นที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันคือ Nio ES8 ใหม่ ซึ่งส่งมอบไปได้ 13,020 คัน (เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 2315.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน)

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.