ใน

Xiaomi SU7 ระบบช่วยขับพลาด ตรวจไม่พบกองดินพุ่งเหินข้ามคันชนพังยับที่จีน

รถยนต์ไฟฟ้าซีดาน Xiaomi SU7 ประสบอุบัติเหตุประหลาดในประเทศจีน โดยตัวรถได้พุ่งเหินข้ามกองดินขนาดใหญ่ เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยแบบเชิงรุก (Active Safety) ไม่ทำงานและไม่สามารถหลบเลี่ยงการชนได้โดยอัตโนมัติ ในขณะที่ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LCC) กำลังเปิดใช้งานอยู่ ประกอบกับตัวผู้ขับขี่เองก็ไม่ได้จงใจจดจ่ออยู่กับการมองถนนเท่าที่ควร

Xiaomi SU7 ระบบช่วยขับพลาด ตรวจไม่พบกองดินพุ่งเหินข้ามคันชนพังยับที่จีน

ตามรายงานจากสำนักข่าว Sina เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ในขณะที่รถยนต์ Xiaomi SU7 กำลังวิ่งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 331 พร้อมกับเปิดฟังก์ชัน LCC (Lane Centering Control) ทันทีที่ขับผ่านช่วงโค้ง ก็มีกองดินขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนถนนข้างหน้า แต่ระบบของรถ SU7 กลับไม่ลดความเร็วลง และไม่มีการเปิดใช้งานระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) แต่อย่างใด

ทางด้านผู้ขับขี่หญิงเปิดเผยว่า เธอสังเกตเห็นสิ่งกีดขวางก็ตอนที่ “สายเกินไปที่จะเหยียบเบรกแล้ว” จึงมีความเป็นไปได้ว่าเธออาจจะเสียสมาธิในการขับขี่

อย่างไรก็ตาม วิดีโอที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นว่า กองดินนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และมีเวลามากพอที่จะตอบสนองเพื่อหลบหลีก ท้ายที่สุดรถได้พุ่งชนกองดินและเหินข้ามไป ส่งผลให้กันชนหน้า บังโคลนหน้าบางส่วน และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถหลุดออก และถุงลมนิรภัยด้านหน้าทำงานทันที

แม้ว่าส่วนหน้าของรถจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety) ของรถทำหน้าที่ได้ดีมาก โดยผู้ขับขี่ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ และแบตเตอรี่รถยนต์ก็ไม่มีร่องรอยของควันหรือไฟลุกไหม้ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ตำรวจจราจรกำลังเข้ามาจัดการพื้นที่อุบัติเหตุ ได้แจ้งกับผู้ขับขี่ว่าถนนช่วงดังกล่าวยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ขับขี่แย้งว่าเธอขับตามระบบนำทาง (Navigation) และไม่เห็นป้ายเตือนใด ๆ ในบริเวณนั้นเลย

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ รถคันที่เกิดเหตุเป็น Xiaomi SU7 รุ่นปี 2024 รุ่นเริ่มต้น (Entry-level) ซึ่งไม่มีเซนเซอร์ LiDAR ติดตั้งอยู่บนหลังคา ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ของรถรุ่นนี้จะพึ่งพาเพียงกล้อง 11 ตัว, เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mm-wave radar) 1 ตัว และชิป Nvidia ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 84 TOPS เท่านั้น

ในขณะที่รุ่นปี 2024 ที่ราคาแพงกว่า จะมาพร้อมเซนเซอร์ LiDAR รุ่น AT128 และชิป Nvidia Orin-X จำนวน 2 ตัว ซึ่งประมวลผลได้แรงถึง 508 TOPS ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าหากเป็นรถรุ่นที่มี LiDAR ระบบอาจจะตรวจจับสิ่งกีดขวางและสั่งเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติได้ทัน

นอกจากนี้ สำหรับ Xiaomi SU7 รุ่นปี 2026 ที่กำลังวางจำหน่ายในปัจจุบัน ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้มาพร้อมกับเซนเซอร์ LiDAR เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย พร้อมชิป Nvidia AGX Thor เพียงตัวเดียวแต่ให้ความเร็วสูงถึง 700 TOPS ทั้งนี้ จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่า Xiaomi ได้ส่งมอบรถ SU7 ในประเทศจีนไปทั้งหมด 24,023 คัน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งลดลง 14.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.