งานวิจัยใหม่โดยทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังเร่งความเสื่อมสภาพของแผงโซลาร์บนหลังคาทั่วโลก และอาจส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน (LCOE) สูงขึ้นได้ถึง 20% โดยภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือพื้นที่ยากจนและร้อนจัดที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
ความเสี่ยงอุณหภูมิสูงที่มาตรฐาน IEC ยังไม่ได้อัปเดต
งานวิจัยนี้เป็นการวิเคราะห์ระดับโลกครั้งแรกที่ศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อความเสี่ยงอุณหภูมิสูงในแผงโซลาร์บนหลังคาโดยเฉพาะ โดยทีมวิจัยนำข้อมูลจากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ 20 แบบจาก CMIP6 มาผสานกับแบบจำลองความเสื่อมของแผงโซลาร์และการจำลองเศรษฐศาสตร์ เพื่อคาดการณ์ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

Haochi Wu ผู้เขียนหลักของงานวิจัยชี้ว่า แผงโซลาร์บนหลังคามีความเสี่ยงพิเศษ เนื่องจากช่องระบายอากาศที่แคบระหว่างแผงกับหลังคาทำให้ความร้อนสะสมได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่งานวิจัยก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ศึกษาอย่างเป็นระบบในระดับโลก
ปัญหาสำคัญที่งานวิจัยชี้ให้เห็นคือมาตรฐาน IEC-63126 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำหนดความเสี่ยงอุณหภูมิสูงโดยอ้างอิงข้อมูลสภาพอากาศในช่วงปี 2541–2563 เท่านั้น ผลการวิจัยพบว่ามาตรฐานนี้ครอบคลุมกำลังผลิตที่มีความเสี่ยงเพียง 74% ในสถานการณ์อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2°C และเหลือเพียง 48% ในสถานการณ์เพิ่มขึ้น 4°C
นิยามความเสี่ยงและผลกระทบต่อต้นทุน
ตามมาตรฐาน IEC ความเสี่ยงอุณหภูมิสูงระดับมาตรฐาน (HTR) เกิดขึ้นเมื่อเปอร์เซ็นไทล์ที่ 98 ของอุณหภูมิโมดูลเกิน 70°C และความเสี่ยงระดับสุดขีด (Extreme HTR) เกิดเมื่อเกิน 80°C งานวิจัยนี้ใช้แบบจำลอง Arrhenius ในการจำลองการเสื่อมอายุของโมดูลตามอุณหภูมิ โดยตั้งค่าความเสื่อมพื้นฐานที่ 0.66% ต่อปี และนับว่าโมดูลหมดอายุเมื่อสูญเสียกำลังผลิตเกิน 20%

ผลการวิเคราะห์พบว่าในสถานการณ์ที่โลกร้อนขึ้น 2°C อายุการใช้งานของแผงโซลาร์จะลดลงโดยเฉลี่ย 1–2 ปี และในสถานการณ์ร้อนขึ้น 4°C อาจลดลงถึง 3–4 ปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของ LCOE สูงสุดถึง 20% ในบางภูมิภาค
ภูมิภาคที่เสี่ยงสูงสุด
ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดได้แก่พื้นที่ร้อนและแห้งแล้งอย่างแอฟริกาตอนใต้ของซาฮารา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษเพราะพื้นที่เหล่านี้มักมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและไม่สามารถแบกรับต้นทุนการเปลี่ยนแผงก่อนกำหนดได้ นักวิจัยเรียกร้องให้มีการอัปเดตมาตรฐาน IEC อย่างเร่งด่วน เพื่อสะท้อนการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในอนาคต และป้องกันการเกิด Stranded Assets รวมถึงต้นทุนค่าไฟที่พุ่งขึ้นโดยไม่คาดคิด
ที่มา: PV Magazine
