BYD ได้เปิดตัวรถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า Atto 3 รุ่นเจเนอเรชันที่ 3 อย่างเป็นทางการในประเทศจีนเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งโมเดลนี้จะทำตลาดในจีนภายใต้ชื่อ Yuan Plus โดยรถยนต์ไฟฟ้าเวอร์ชันอัปเดตนี้มาพร้อมกับ 4 รุ่นย่อย มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 119,900 หยวน ถึง 149,900 หยวน หรือประมาณ 605,000 ถึง 759,000 บาท
เปิดตัว New BYD Atto 3 ในจีน! วิ่งไกลขึ้น 120 กม. พร้อมระบบชาร์จไว Flash Charging ราคาเริ่มต้นประมาณ 605,000 บาท
New BYD Atto 3 พัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม e-Platform 3.0 Evo และมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 รวมถึงระบบชาร์จไวอัจฉริยะ Flash Charging

New Atto 3 ยังมีการเพิ่มออปชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 “God’s Eye B” ที่ทำงานร่วมกับระบบ Lidar ในขณะที่รุ่นท็อปสุดสามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 630 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
ตัวถังใหญ่ขึ้น พร้อมดีไซน์ภายนอกแบบใหม่
New Atto 3 ยังคงใช้แนวทางการออกแบบ “Dragon Face” อันเป็นเอกลักษณ์ของ BYD แต่ปรับให้ส่วนหน้ามีความแบนและโฉบเฉี่ยวขึ้น ไฟหน้าดีไซน์เพรียวบาง ที่จับประตูแบบกึ่งซ่อน และไฟท้ายลากยาวเชื่อมต่อกันทั้งสองฝั่งพร้อมลวดลายการส่องสว่างแบบถัก

มิติตัวถังของรถรุ่นนี้มีความยาว 4,665 มิลลิเมตร กว้าง 1,895 มิลลิเมตร สูง 1,675 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,770 มิลลิเมตร


BYD ยังได้เพิ่มที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 180 ลิตร ที่มาพร้อมระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าและฟังก์ชันเคาะเพื่อเปิด (Knock-to-open) ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุสูงสุดถึง 750 ลิตร รถรุ่นนี้มีสีตัวถังให้เลือกถึง 9 สี ซึ่งรวมถึงสีทูโทนอย่างสีชมพู Fantasy Pink, สีน้ำเงิน Trendy Blue และสีเขียว Green


ระบบขับขี่ DiPilot 300 และห้องโดยสารที่อัปเกรดหรูหราขึ้น
ในรุ่นย่อยระดับบนสามารถเลือกติดตั้งระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง DiPilot 300 “God’s Eye B” ของ BYD ซึ่งใช้เซนเซอร์และอุปกรณ์ตรวจจับรวม 30 จุด รวมถึงระบบ Lidar รองรับระบบช่วยนำทางทั้งบนทางหลวงและในเมือง รวมถึงระบบจอดรถอัตโนมัติ

ภายในห้องโดยสาร Atto 3 ได้รับจอแสดงผลกลางแบบลอยตัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำงานบนระบบปฏิบัติการ DiLink เวอร์ชันล่าสุด พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบ 2 ก้าน จอแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display) ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่คอพวงมาลัย และแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายความเร็ว 50W


นอกจากนี้ยังเพิ่มเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าฝั่งซ้ายแบบไฟฟ้า “Queen Seat” ที่มีที่รองรับขา กล่องเก็บของแบบแช่เย็น เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศและระบบทำความร้อน ระบบทำความร้อนที่พวงมาลัย และระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง


พื้นที่เก็บของในห้องโดยสารยังถูกเพิ่มเข้ามาอย่างหลากหลาย เช่น กล่องเก็บของตั้งโชว์ (Figurine Storage Box) บริเวณหน้าเบาะผู้โดยสารตอนหน้า ลิ้นชักเก็บของใต้เบาะหลัง ที่เก็บแว่นตา และช่องใส่กล่องทิชชู่ในตัว
แพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหลัง
Atto 3 เจเนอเรชันที่ 3 นี้ ถูกสร้างขึ้นบน e-Platform 3.0 Evo และเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งด้านหลัง ให้กำลังเลือกได้ระหว่าง 200 กิโลวัตต์ หรือ 240 กิโลวัตต์

ตัวเลือกแบตเตอรี่ใช้เทคโนโลยี Blade Battery รุ่นที่ 2 ขนาดความจุ 57.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และ 68.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง จับคู่กับเทคโนโลยีชาร์จไว Flash Charging ของ BYD ให้ระยะทางการขับขี่ตามมาตรฐาน CLTC ที่ 540 กิโลเมตร หรือ 630 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut และด้านหลังเป็นแบบอิสระ Five-link ทาง BYD ยังได้ติดตั้งระบบควบคุมตัวถังและซับแรงกระแทกอัจฉริยะ DiSus-C, ระบบควบคุมแรงบิด iTAC 2.0 และระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิด TBC มาให้ด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ข้อมูลเรื่องระบบขับเคลื่อนล้อหลัง 240 กิโลวัตต์และระบบชาร์จไวก็ได้มีหลุดออกมาจากเอกสารของทางรัฐบาลและรถที่โชว์ในโชว์รูมก่อนการเปิดตัวจริง

ยอดขายภายในประเทศของ BYD Atto 3 (หรือ Yuan Plus ในจีน) อยู่ที่ 5,111 คันในเดือนเมษายนปี 2026 ลดลง 21.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลง 58.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากข้อมูลของ China EV DataTracker โดยยอดขายในเดือนมีนาคมรวมอยู่ที่ 6,540 คัน และกุมภาพันธ์อยู่ที่ 1,854 คัน ซึ่งยอดขายในเดือนเมษายนคิดเป็น 3.4% ของยอดขายแบรนด์ BYD ทั้งหมด
ทั้งนี้ Atto 3 เปิดตัวครั้งแรกในจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 ในฐานะรถ SUV รุ่นแรกของ BYD ที่ใช้ e-Platform 3.0 สำหรับทำตลาดทั่วโลก โดยสื่อจีนรายงานว่า ยอดขายสะสมทั่วโลกใน 116 ประเทศและภูมิภาคพุ่งสูงเกิน 1.1 ล้านคันแล้ว ณ เดือนเมษายนปี 2026
ที่มา carnewschina
