เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา Wey แบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ในเครือ Great Wall Motor ได้ประกาศเปิดตัว Wey V9X รถยนต์ SUV รถธง (Flagship) รุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้เปิดให้จองล่วงหน้าไปเมื่อเดือนที่แล้ว
GWM เปิดตัว Wey V9X ในจีน SUV PHEV ตัวท็อป 738 แรงม้า วิ่งไกล 1,700 กม. เคาะราคาเริ่ม 1.71 ล้านบาท
Wey V9X วางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 349,800 หยวน (ประมาณ 1,714,000 บาท) ไปจนถึง 389,800 หยวน (ประมาณ 1,910,000 บาท) ซึ่งการเปิดตัวในระยะแรกจะเน้นไปที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริด Super Hi4 ก่อน ส่วนรุ่นไฮบริด (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (EV) คาดว่าจะตามมาสมทบภายในปีนี้

ราคาจำหน่ายแต่ละรุ่นย่อย
- รุ่น Luxury Extended Edition: ราคา 349,800 หยวน (ประมาณ 1,714,000 บาท)
- รุ่น Luxury Family Edition: ราคา 359,800 หยวน (ประมาณ 1,763,000 บาท)
- รุ่น Executive Extended Edition: ราคา 389,800 หยวน (ประมาณ 1,910,000 บาท)
การออกแบบของ Wey V9X ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม กระจังหน้าด้านหน้ามาในดีไซน์แบบปิดลาย “Star-ring” และแถบไฟ LED ลากยาวทะลุสองฝั่งแบบ “Galaxy” โดยมีโลโก้ 3 มิติแบบเรืองแสงแบบลอยตัวอยู่ตรงกลาง

ตัวรถยังติดตั้งไฟหน้าอัจฉริยะ Hi Light ซึ่งสามารถฉายภาพจำลองสถานการณ์ช่วยเหลือการขับขี่ได้ถึง 6 รูปแบบ รวมถึงแสดงภาพเคลื่อนไหวต้อนรับตามศิริมงคลหรือเทศกาลต่างๆ เช่น วันเกิดและวันหยุดได้อีกด้วย

ในส่วนของมิติตัวถัง Wey V9X มีให้เลือก 2 รูปแบบ ตามขนาดความยาว ได้แก่
- รุ่น Family Edition (ฐานล้อมาตรฐาน): ความยาว 5,205 มม. × ความกว้าง 2,025 มม. × ความสูง 1,825 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,050 มม.
- รุ่น Extended Edition (รุ่นฐานล้อยาวพิเศษ): ความยาว 5,299 มม. × ความกว้าง 2,025 มม. × ความสูง 1,825 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,150 มม.
โดยทุกรุ่นย่อยจะได้รับล้อขนาด 21 นิ้วเป็นมาตรฐาน และมีสีตัวถังภายนอกให้เลือกถึง 7 สี รวมถึงสีไฮไลท์อย่างสีม่วงทอง “Purple Gold” และสีดำหมึก “Ink Black”
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Warm Embrace มอบความรู้สึกอบอุ่นและหรูหราด้วยเบาะนั่งหนัง Nappa แท้พร้อมงานปักสามมิติ แผงคอนโซลหน้า

โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน ประกอบด้วย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลางและหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 17.3 นิ้ว และหน้าจอสะท้อนกระจก AR-HUD ขนาดใหญ่ถึง 29 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8295P ทำงานร่วมกับระบบผู้ช่วย AI อัจฉริยะนามว่า Xiao Wei ที่ใช้กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลในการจดจำตัวตนผู้ขับขี่ ตรวจจับอารมณ์ และช่วยดูแลความสะดวกสบายในห้องโดยสารตามสถานการณ์อัตโนมัติ
เบาะนั่งคนขับสามารถปรับความดันลมของถุงลมเพื่อความนุ่มแน่นตามต้องการได้ ขณะที่เบาะนั่งแถวสองระดับผู้บริหาร Zero Gravity King Chair มาพร้อมระบบนวดหลังที่มากถึง 22 จุด และที่พักขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

สำหรับผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับความบันเทิงจากหน้าจอขนาด 21.4 นิ้ว มีตู้เย็นขนาด 7 ลิตรที่แช่เย็นและทำความร้อนได้ในตัว รวมถึงระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W ปิดท้ายด้วยสุนทรียภาพทางเสียงจากระบบ Coffee AI Sound ที่ใช้ลำโพงรอบทิศทางถึง 31 ตัว ให้กำลังขับสูงสุดถึง 3,080 วัตต์
ด้านขุมพลังและการขับเคลื่อน Wey V9X ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด Super Hi4 ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร (กำลังสูงสุด 175 กิโลวัตต์ หรือ 235 แรงม้า) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และระบบเกียร์ไฮบริด 4 สปีด (DHT) โดยระบบมอเตอร์จะแบ่งตามรุ่นย่อยออกเป็น 3 รูปแบบความแรง ได้แก่:
- มอเตอร์หน้า 110 กิโลวัตต์ + มอเตอร์หลัง 220 กิโลวัตต์: ให้กำลังรวมทั้งระบบ 500 กิโลวัตต์ (671 แรงม้า)
- มอเตอร์หน้า 100 กิโลวัตต์ + มอเตอร์หลัง 240 กิโลวัตต์: ให้กำลังรวมทั้งระบบ 510 กิโลวัตต์ (684 แรงม้า)
- มอเตอร์หน้า 110 กิโลวัตต์ + มอเตอร์หลัง 270 กิโลวัตต์: ให้กำลังรวมทั้งระบบ 550 กิโลวัตต์ (738 แรงม้า)
ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุตั้งแต่ 55.4 kWh ถึง 80 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 310 ถึง 470 กิโลเมตร และเมื่อเติมน้ำมันและชาร์จไฟเต็มจะสามารถทำระยะทางรวมสูงสุดได้ถึง 1,700 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC)

ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ “Super Smart Chassis” ประกอบด้วยระบบถุงลมห้องคู่แบบปิดที่พัฒนาขึ้นเอง สามารถปรับระยะความสูง-ต่ำได้ 100 มม. ทำงานร่วมกับระบบโช้คอัพแปรผันอัจฉริยะ EDC และระบบเลี้ยวล้อหลังที่ปรับองศาได้ ±10 องศา ช่วยให้รถขนาดใหญ่คันนี้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.1 เมตรเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีระบบ “Virtual Wheelbase Adjustment” ที่สามารถจำลองระยะฐานล้อตั้งแต่ 2.2 ไปจนถึง 3.15 เมตร เพื่อช่วยให้การควบคุมรถมีความคล่องตัวสูงสุดในทุกย่านความเร็ว
โครงสร้างตัวถังของรถคันนี้ใช้เหล็กกล้าและโลหะผสมที่มีความแข็งแกร่งสูงถึง 88% ติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่งรอบคัน และแบตเตอรี่ได้รับการปกป้องด้วยเกราะป้องกันหนาถึง 6 ชั้น สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ

รถคันนี้ใช้เซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงรวม 27 ตัว ทำงานร่วมกับชิป Thor-U ที่ให้กำลังการประมวลผลสูงถึง 700TOPS และมี AI อัจฉริยะขนาดใหญ่ (VLA Large Model) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งการบังคับรถในสถานการณ์ยากๆ เช่น การเปลี่ยนเลน การกลับรถ หรือการเข้าจอด ได้ง่ายๆ ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง
ทั้งนี้ Wey เป็นแบรนด์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมภายใต้เครือ Great Wall Motor โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของแบรนด์พุ่งทะยานสูงสุดเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ด้วยยอดส่งมอบสูงถึง 12,899 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 46.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ที่มา carnewschina
