ปัจจุบันผู้ผลิตแบตเตอรี่จากจีนครองส่วนแบ่งการตลาดโลกไปแล้วกว่า 50% แต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่เรียกว่า Solid-state กำลังเริ่มถูกนำมาใช้ ซึ่งสัญญาว่าจะให้ทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และระยะทางการวิ่งที่ไกลขึ้นกว่าเดิม
แบตเตอรี่ Solid-State สำหรับรถ EV เริ่มใช้งานในจีน ระยะทางใกล้ 1,000 ไมล์
Changan Automobile หนึ่งในสี่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของรัฐบาลจีน เตรียมจะเริ่มติดตั้งแบตเตอรี่ Solid-state ในรถยนต์ช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทางบริษัทประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าจะเริ่มทดสอบการติดตั้ง

ก่อนสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ หลังจากที่เคยเปิดตัวแบตเตอรี่ Golden Bell ไปเมื่อปลายปี 2023 โดยตั้งเป้าจะพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่เองถึง 8 แบบ ทั้งแบบลิควิด, Semi-solid และ Solid-state ภายในปี 2030
แบตเตอรี่แบบ All-solid-state ของ Changan มีความหนาแน่นของพลังงานสูงถึง 400 Wh/kg ซึ่งช่วยให้รถวิ่งได้ไกลกว่า 1,500 กิโลเมตร (ประมาณ 932 ไมล์) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน CLTC)

นอกจากนี้ยังใช้ระบบ AI ในการตรวจวินิจฉัย ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ถึง 70% โดยบริษัทมีแผนจะเริ่มนำแบตเตอรี่นี้ไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และหุ่นยนต์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพภายในสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 และตั้งเป้าผลิตในปริมาณมาก (Mass Production) ภายในปี 2027
นอกจากนี้ Changan ยังร่วมมือกับ CATL พัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion) และเพิ่งเปิดตัวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้รุ่นแรกของโลก โดยแบตเตอรี่ Naxtra ของ CATL มีความหนาแน่นพลังงาน 175 Wh/kg ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 300-400 กิโลเมตร

ไม่ใช่แค่ Changan เท่านั้น แต่ค่ายรถยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นอย่าง Dongfeng Motors ก็เริ่มทดสอบแบตเตอรี่ Solid-state ต้นแบบในสภาพอากาศหนาวจัดแล้ว ซึ่งวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม.
ส่วนแบรนด์อื่น ๆ อย่าง SAIC Motor, GAC Group, CATL และ BYD ก็มีแผนจะเริ่มผลิตจริงในช่วงปี 2027-2030 เช่นกัน ทางฝั่งค่ายรถยุโรปและญี่ปุ่นอย่าง Volkswagen, Toyota, Nissan และ Mercedes-Benz ก็กำลังเร่งพัฒนา โดยล่าสุด Mercedes-Benz ได้ทดสอบรถรุ่น EQS ที่ใช้แบตเตอรี่จากบริษัท Factorial Energy จนวิ่งได้ไกลกว่า 1,200 กิโลเมตรโดยไม่ต้องชาร์จเลย
ที่มา electrek
