Chery Jaguar Land Rover ได้ประกาศความสำเร็จของรถยนต์รุ่น Freelander 8 ด้วยการบันทึกสถิติโลก Guinness World Record ระหว่างงานเปิดตัวในประเทศจีนเมื่อวันที่ 3 กันยายน หลังทำสถิติไต่ระดับความสูงแตะ 6,002.33 เมตรในเขตทิเบต
Freelander 8 ทุบสถิติโลก Guinness World Record ไต่ความสูงทิเบต 6,002 เมตร ล้มแชมป์ BYD
รายละเอียดการขับทดสอบเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ทำให้รถยนต์แบบ EREV ตัวถัง Unibody น้ำหนัก 2.98 ตันคันนี้ สามารถรับมือกับสภาพอากาศเบาบาง ภูมิประเทศสูงชันผิวร่วน และการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำลายสถิติครั้งนี้ สามารถเอาชนะสถิติเดิมของกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่ Fang Cheng Bao ของแบรนด์ BYD เคยทำไว้ที่ 5,980.05 เมตร เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ไปได้อีก 22.28 เมตร
Freelander 8 กับการฝ่าสภาพอากาศเบาบาง
เส้นทางไต่ระดับมีความยาวประมาณ 1,480 เมตร โดยมีความชันแนวตั้งเพิ่มขึ้น 200 เมตร ข้ามผ่านแนวหินกรวดร่วนและหินดินดานที่ไม่มีการปูผิวทาง ณ ระดับความสูง 6,000 เมตร ความกดอากาศจะลดลงเหลือเพียง 47.2 กิโลปาสคาล (kPa) ส่งผลให้ความดันย่อยของออกซิเจนลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับระดับน้ำทะเล

Chery-JLR ระบุว่า เครื่องยนต์ Range Extender เทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ของ Freelander 8 สามารถรักษาประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ได้ถึง 80% ตลอดช่วงการปีนเขา การคงกำลังไฟฟ้าในพื้นที่ออกซิเจนและอากาศเบาบางเช่นนี้ จำเป็นต้องพึ่งพาชุดเทอร์โบชาร์จเจอร์เพื่อชดเชยแรงดันบรรยากาศที่ต่ำลง ด้วยอัตราส่วนกำลังอัดที่สูงขึ้นเพื่อดึงอากาศเข้าสู่ระบบให้เพียงพอ
ชุดขับเคลื่อนล้อหลัง 2 สปีด หัวใจหลักเพื่อการปีนทางชัน
Freelander 8 ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) แบบ EREV มอเตอร์คู่ ให้กำลังรวม 610 กิโลวัตต์ (818 แรงม้า) แบ่งเป็นมอเตอร์หน้า 360 กิโลวัตต์ (483 แรงม้า) และมอเตอร์หลัง 250 กิโลวัตต์ (335 แรงม้า) โดยจุดสำคัญคือชุดขับเคลื่อนด้านหลังติดตั้งชุดเกียร์ทดรอบ 2 สปีด (Two-speed gearbox) เพิ่มเข้ามา

เมื่อใช้เกียร์ 1 ระบบจะทดแรงบิดเพิ่มขึ้นในอัตรา 1.5 ต่อ 1 สร้างแรงบิดลงสู่ล้อได้เทียบเท่าสูงสุดถึง 8,000 นิวตันเมตร อัตราทดเกียร์ต่ำนี้ทำหน้าที่คล้ายระบบ Low-range สำหรับการปีนป่ายทางชันด้วยความเร็วต่ำ ช่วยลดภาระแรงบิดและกระแสไฟฟ้าที่มอเตอร์ต้องเค้นออกมา จึงลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าและลดความร้อนสะสมขณะใช้งานหนักที่ความเร็วต่ำอย่างต่อเนื่อง
สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับการขับขี่ในที่สูง เนื่องจากอากาศที่เบาบางจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนด้วยอากาศลดลง เกียร์ 2 สปีดจึงช่วยสร้างแรงบิดมหาศาลได้โดยไม่ต้องพึ่งพากำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียว
บทพิสูจน์ออฟโรดในร่าง SUV แบบ Unibody
การทำสถิติครั้งนี้มีความแตกต่างจากเจ้าของสถิติเดิมอย่างชัดเจน เพราะ Fang Cheng Bao Bao 5 พัฒนาบนแพลตฟอร์ม DMO ของ BYD ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบ Body-on-frame (แชสซีส์ขั้นบันได)

ส่วน Freelander 8 เป็น SUV โครงสร้างชิ้นเดียวแบบ Unibody ตัวรถมีความยาว 5,118 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,040 มิลลิเมตร ติดตั้งช่วงล่างถุงลมพร้อมระบบควบคุมความหนืดโช้กอัพอัตโนมัติ (CDC)
ทาง Chery-JLR ยืนยันว่า Freelander 8 ผ่านการทดสอบขึ้นสู่ยอดเขาโดยโครงสร้างแชสซีส์ไม่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลผลการตรวจเช็กสภาพอย่างละเอียดหลังการปีนเขา รวมถึงไม่ได้ระบุประเภทของยางที่ใช้ การบันทึกสถิตินี้จึงยืนยันได้เพียงสมรรถนะในการไต่ระดับความสูง แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงความทนทานระยะยาวของโครงสร้างในการใช้งานจริงภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้
บันทึกสถิติสู่การทำตลาดจริง
SUV รุ่นนี้ผลิตขึ้นที่โรงงานประกอบ Changshu ของ Chery-JLR ในมณฑลเจียงซู วางราคาจำหน่ายช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 289,900 ถึง 379,900 หยวน (ประมาณ 1.36 ล้าน ถึง 1.78 ล้านบาท เมื่อเทียบจาก 41,000 – 53,700 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นช่วงราคาที่ชนกับคู่แข่งอย่าง Li Auto L8 และ Aito M8 ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Huawei

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่ CATL Freevoy NMC ขนาดความจุ 60.33 กิโลวัตต์ชั่วโมง บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ตัวรถยังติดตั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Qiankun ADS 5 ของ Huawei พร้อมเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา รองรับระบบช่วยขับขี่ระดับ SAE Level 2
การไต่ระดับความสูง 6,002.33 เมตร พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์ปั่นไฟเทอร์โบ มอเตอร์คู่ และเกียร์หลัง 2 สปีด สามารถรับมือกับพื้นที่ออกซิเจนต่ำและทางชันได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับกลุ่มผู้ซื้อในตลาด SUV ระดับราคา 300,000 หยวน (ประมาณ 1.39 ล้านบาท) ในจีนที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด
ที่มา carnewschina
