Luxeed RX นี่คือชื่อเรียกที่จีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งคันนี้มีแผนมาทำการตลาดที่ไทยใรปี 2027 แต่สิ่งที่น่ารู้ก่อนคือ รถสเปกจีนทั้ง 6 รุ่นไม่ได้ต่างกันแค่ความแรง รุ่น Ultra Long Range วิ่งไกลสุด 852 กม. CLTC ขณะที่ Ultra AWD และ Ultra+ เน้นมอเตอร์คู่ พร้อมอุปกรณ์ต่างกันหลายจุด ราคาแนะนำจีนเริ่ม 259,800 หยวน (ราว 1.30 ล้านบาท) ส่วนชื่อทางการรอประกาศวันที่ 21 ต.ค. 2026 ทีมงานจึงค้นข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอให้ลึกที่สุดเท่าที่จะหาได้มาให้แฟน ๆ ได้ชมกันครับ
รู้จัก Luxeed RX ก่อนมาไทยปี 2027 สปอร์ตไฟฟ้า 852 กม. อัดแน่นทั้งเทคโนโลยีและจัดเต็มการขับขี่ที่ทรงพลัง
ถ้าเลือกรถไฟฟ้าด้วยการขยับไปรุ่นบนสุด เราจะได้คันที่วิ่งไกลที่สุดด้วยไหม? สำหรับ Luxeed RX คำตอบคือไม่ เพราะรุ่นที่ไปได้ไกลที่สุดเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง ขณะที่รุ่นบนสุดหันไปให้น้ำหนักกับมอเตอร์คู่และอุปกรณ์เพิ่มเติม ผมอยากชวนไล่ดูความต่างเหล่านี้ก่อนที่รถจะมาไทยในปี 2027 ครับ


852 กม. CLTC อยู่ในรุ่นขับหลัง ไม่ใช่ Ultra+
Luxeed วาง RX ไว้ทั้งหมด 6 รุ่น โดยมีแบตเตอรี่สองขนาดและระบบขับเคลื่อนสองแบบ ราคาแนะนำต่อไปนี้เป็นของตลาดจีน ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในไทย
- RX Max: 259,800 หยวน (ราว 1.30 ล้านบาท) มอเตอร์เดี่ยว RWD แบตเตอรี่ LFP 81 kWh ระยะทาง 672 กม. CLTC
- RX Max Long Range: 289,800 หยวน (ราว 1.45 ล้านบาท) มอเตอร์เดี่ยว RWD แบตเตอรี่ NMC 100 kWh ระยะทาง 822 กม. CLTC
- RX Ultra: 319,800 หยวน (ราว 1.60 ล้านบาท) มอเตอร์เดี่ยว RWD แบตเตอรี่ LFP 81 kWh ระยะทาง 702 กม. CLTC
- RX Ultra Long Range: 349,800 หยวน (ราว 1.75 ล้านบาท) มอเตอร์เดี่ยว RWD แบตเตอรี่ NMC 100 kWh ระยะทาง 852 กม. CLTC
- RX Ultra AWD: 369,800 หยวน (ราว 1.85 ล้านบาท) มอเตอร์คู่ AWD แบตเตอรี่ NMC 100 kWh ระยะทาง 753 กม. CLTC
- RX Ultra+: 389,800 หยวน (ราว 1.95 ล้านบาท) มอเตอร์คู่ AWD แบตเตอรี่ NMC 100 kWh ระยะทาง 700 กม. CLTC
ผมมองว่าการแยกแบบนี้ทำให้ต้องเริ่มเลือกจากลักษณะใช้งานมากกว่าชื่อรุ่น ถ้าเดินทางต่างจังหวัดบ่อยและให้ความสำคัญกับระยะทาง Ultra Long Range น่าสนใจกว่า Ultra+ บนตัวเลข CLTC แต่ระยะทางและอัตราสิ้นเปลืองบนถนนจริงยังต้องรอทดสอบ
ทุกเกรดใช้ Huawei Giant Whale Battery กับระบบไฟฟ้า 800V ผู้ผลิตระบุว่าชาร์จ DC จาก 30–80% ได้ประมาณ 15 นาที จึงเป็นการเติมพลังงานระหว่างพักเดินทาง ไม่ใช่เวลาชาร์จจากแบตเตอรี่หมดจนเต็ม
แบตเตอรี่มีระบบสื่อสารสำรองและบันทึกข้อมูลแบบ Black Box ส่วน V2L จ่ายไฟ AC 220V ได้สูงสุด 6 kW เหมาะกับการนำไฟออกไปใช้งานเมื่อจอดรถ แต่ต้องซื้อสาย V2L แยก และอุปกรณ์เสริมบางรายการอาจทำให้ระยะทาง CLTC เปลี่ยนไป


ตัวถังยาว 5 เมตร แต่แบ่งบุคลิกด้วยมอเตอร์และช่วงล่าง
RX เป็นรถไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ยาว 5,020 มม. กว้าง 2,007 มม. และฐานล้อ 3,000 มม. ตัวเลขนี้ทำให้เรื่องช่องจอดและทางเข้าบ้านเป็นสิ่งที่ควรวัดก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะความกว้างตัวรถที่เกิน 2 เมตร
Max และ Max Long Range สูง 1,600 มม. น้ำหนัก 2,250–2,285 กก. ส่วนกลุ่ม Ultra สูง 1,585 มม. น้ำหนัก 2,250–2,400 กก. จึงต้องแยกมิติและน้ำหนักตามเกรด ไม่ใช้ค่าของรุ่นเดียวแทนทั้งกลุ่ม
รุ่น RWD ใช้มอเตอร์หลัง PMSM 277 kW ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 5.6 วินาที ส่วน AWD เพิ่มมอเตอร์หน้า AC asynchronous 160 kW เป็นกำลังรวม 437 kW ลดเวลาเหลือ 3.6 วินาที ความต่างนี้สะท้อนการเลือกเน้นแรงเร่งมากกว่าระยะทางสูงสุด
ทั้งสองระบบทำความเร็วสูงสุด 251 กม./ชม. มอเตอร์หมุนสูงสุด 21,000 rpm ประสิทธิภาพสูงสุด 98.2% และตอบสนองแรงบิดไม่เกิน 1 ms ตามข้อมูลทางการ ขณะที่ Ultra AWD และ Ultra+ มีปุ่ม BOOST พร้อม Boost Mode เพิ่มแรงบิด 10% แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แทนความรู้สึกขณะเร่งแซงซึ่งต้องลองขับจริง

ช่วงล่างหน้าเป็นดับเบิลวิชโบนอะลูมิเนียมแบบ virtual kingpin 4 ball joints ด้านหลังมัลติลิงก์ 5 จุด โดย Ultra ขึ้นไปได้ถุงลม 2 ห้องเป็นมาตรฐาน ส่วน Max และ Max Long Range ต้องเลือกเพิ่ม ระบบนี้ปรับความสูงรวมได้ 100 มม. แบ่งเป็น 5+1 ระดับ ทำให้การเลือกเกรดเกี่ยวข้องกับการปรับระดับตัวรถด้วย

Max ใช้โช้กปรับความหนืดต่อเนื่องแบบซิงเกิลวาล์ว ส่วนรุ่นอื่นใช้ดับเบิลวาล์ว ระบบตอบสนองเร็วสุด 10 ms มีพวงมาลัย R-EPS แปรผันตามความเร็ว และการกระจายน้ำหนักใกล้เคียง 50:50 จุดนี้ผมว่าการมีฮาร์ดแวร์ต่างกันทำให้ไม่ควรเหมารวมว่าทุกรุ่นจะให้ความนุ่มหรือการควบคุมเหมือนกันครับ
ชุดเบรกใช้คาลิเปอร์หน้า 6 ลูกสูบ จาน FNC ventilated disc และเบรกมือไฟฟ้า ผลทดสอบของผู้ผลิตสำหรับ Ultra AWD พร้อมล้อสปอร์ต 21 นิ้ว เบรกจาก 100–0 กม./ชม. ได้ในระยะ 32.4 เมตร เงื่อนไขรุ่นและล้อนี้สำคัญ เพราะไม่ควรนำผลไปใช้แทน RX ทุกเกรด

Max ถึง Ultra Long Range ใช้ล้อมาตรฐาน 20 นิ้วลาย 5 ก้านคู่ พร้อมยางเงียบ 255/50 R20 ส่วนล้อเสริม 21 นิ้วใช้ยางหน้า 255/45 R21 และหลัง 275/45 R21 ซึ่งมีชุดยางสมรรถนะสูงด้วย ด้าน Ultra AWD ได้ล้อมาตรฐาน 21 นิ้ว และ Ultra+ ได้ 22 นิ้ว ยางหน้า 255/40 R22 หลัง 275/40 R22 การเปลี่ยนล้อจึงเป็นอีกเรื่องที่ควรลองความสบายก่อนเลือก
ด้านหน้ามีไฟ L-shaped Star Eye พร้อม Adaptive Front-lighting System, Adaptive Driving Beam และ High-beam Assist ส่วนไฟเลี้ยว ไฟเบรก และไฟตัดหมอกหลังเป็น LED ไฟท้ายพาดยาวตกแต่งด้วยคริสตัลกว่า 10,000 ชิ้น ทำให้มุมท้ายมีรายละเอียดมากกว่าเส้นไฟเพียงเส้นเดียว
ตัวรถมี Active grille shutter และช่องลมแอโรไดนามิก 10 จุด โดย Ultra+ เพิ่ม Active diffuser ขนาดใหญ่ สัดส่วนความสูงล้อกับตัวถังอยู่ที่ประมาณ 1:2 จึงเห็นภาพล้อขนาดใหญ่เป็นส่วนสำคัญของรูปทรงรถ

สีภายนอกมี Warm Cloud White, Obsidian Black และ Titanium Silver ส่วน Star Rose Pink, Aurora Green และ Flash Butterfly Blue เป็นตัวเลือกเสริม หากเลือกจากภาพรถสีพิเศษก็ควรเผื่องบออปชันไว้ด้วย



คำว่า Ultra เปลี่ยนชุดช่วยขับ ไม่ได้เพิ่มแค่ของตกแต่ง


Max และ Max Long Range ใช้ Huawei Qiankun ADS 5 Enhanced พร้อม LiDAR ภายในห้องโดยสารแบบ co-path 1 ตัว เรดาร์ 4D 3 ตัว Ultrasonic radar 12 ตัว และกล้องหน้า 2 ตัว ด้านข้าง 4 ตัว รอบคัน 4 ตัว กับด้านหลัง 1 ตัว
ตั้งแต่ Ultra ขึ้นไปเปลี่ยนเป็น Huawei Qiankun ADS 5 Advanced มี LiDAR ภาพระดับ 896-line แบบ dual optical path 1 ตัว เสริม Solid-state LiDAR ความแม่นยำสูง 3 ตัว เรดาร์ 4D 5 ตัว และ Ultrasonic radar 12 ตัว รวมเซนเซอร์สูงสุด 38 ตัว ความต่างนี้เป็นฮาร์ดแวร์ที่ควรพิจารณาตั้งแต่เลือกเกรด ไม่ใช่มองเพียงชื่อแพ็กเกจซอฟต์แวร์

กลุ่ม Ultra ยังมีระบบสำรอง 8 ด้าน ครอบคลุมการรับรู้ คอมพิวเตอร์ พวงมาลัย เบรก การสื่อสาร พลังงาน ตำแหน่ง และการโต้ตอบ อย่างไรก็ตาม ADS 5 ยังเป็นระบบช่วยขับ ผู้ขับต้องควบคุมรถและพร้อมแทรกแซงตลอดเวลา

ฟังก์ชันมาตรฐานมี Adaptive Cruise Control, Highway LCC, Highway NCA และ City LCC พร้อม Blind Spot Detection, Door Open Warning และ Forward Collision Warning เช่น เมื่อต้องเปิดประตูลงจากรถหรือเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเป็นตัวช่วยอีกชั้น ไม่ใช่สิ่งทดแทนการมองตรวจด้วยตัวเอง
ชุดป้องกันการชนมี Automatic Emergency Braking, Low-speed AEB, Rear Cross Traffic Alert/Braking, Front Cross Traffic Alert/Braking, Rear Collision Warning และ Side Obstacle Collision Prevention รวมถึง Emergency Steering Assist ส่วนการดูแลเลนมี Lane Departure Warning, Lane Keeping Assist และ Emergency Lane Keeping Assist พร้อม Traffic Sign Recognition และ Traffic Light Recognition
เวลาถอยเข้าซองมี 360° Camera และ Transparent Chassis ช่วยดูบริเวณรอบรถ ประกอบกับ Automatic Parking, Remote Parking, Remote straight driving, Exit-and-park และ Reversing trajectory assist รวมถึง Sentry Mode สำหรับเฝ้าระวังขณะจอด
แต่ City LCC Plus, City NCA, Campus NCA, Roaming Cruise Assist และ Door-to-door Navigation อยู่ในกลุ่มฟังก์ชันเสริมหรือซื้อเพิ่ม เช่นเดียวกับ Enhanced Automatic Emergency Steering, Rear-end Collision Avoidance, Side Squeeze Avoidance และ Driver Incapacitation Assistance บางรายการต้องซื้อแพ็กเกจซอฟต์แวร์หรือเปิดผ่าน OTA ตามเงื่อนไขตลาดจีน จึงไม่ควรนับรวมว่าได้ครบเพียงเพราะรถติดตั้งเซนเซอร์มาแล้ว
จอขยับเข้าหาคนใช้ เบาะก็แยกตามรุ่นชัดเจน
ห้องโดยสารใช้ HarmonyOS มีมาตรวัด 8.88 นิ้ว จอผู้โดยสารหน้า 8.88 นิ้ว และจอกลาง 16.1 นิ้วที่เลื่อนหน้า–หลังได้ 55 มม. พร้อมหมุนซ้าย–ขวาสูงสุด 30° ส่วนตัวผมชอบตรงที่จอปรับตำแหน่งได้ เพราะเวลาคนขับกับผู้โดยสารใช้งานต่างจังหวะกัน อย่างน้อยก็มีทางเลือกมากกว่าจอที่ยึดมุมตายตัว


Ultra ขึ้นไปเพิ่ม HUD ขนาดภาพเทียบเท่า 26 นิ้ว ช่วยนำข้อมูลมาอยู่ในแนวสายตาด้านหน้า ขณะที่รุ่นเริ่มต้นใช้กระจกมองหลังปกติและเลือกแบบสตรีมมิงเพิ่มได้ ส่วนรุ่นสูงเป็นกระจกมองหลังสองระบบ
พวงมาลัยทรง D หุ้ม Nappa อุ่นได้ทุกเกรดและปรับ 4 ทิศทาง โดยรุ่นสูงปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะใช้หนังสังเคราะห์ลาย Nappa มีสี Warm Sand Brown, Sparkling Gold Black และ Red Tea Orange ให้เลือก พร้อม Red Shadow White เป็นตัวเลือกเสริม


เบาะคนขับ Max ปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง ส่วนรุ่นอื่นใช้ Zero Gravity 18 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารหน้ามาตรฐานปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางและเลือก Zero Gravity เพิ่มได้ในบางรุ่น สำหรับคนที่สลับกันขับกับนั่งหน้า ความต่างของเบาะสองฝั่งจึงควรลองให้ครบ

มีระบายอากาศเบาะหน้า อุ่นเบาะหน้าและแถวสอง บันทึกตำแหน่งเบาะหน้า เบาะหลังปรับไฟฟ้า และระบบนวด โดย Zero Gravity รองรับการนวดทั้งพนักพิงและเบาะรองนั่ง ไม่ได้มีเพียงการปรับเอนอย่างเดียว

ระบบโอบกระชับใช้เซนเซอร์แรงกด 98 จุด กับถุงลม/ระบบนวด 27 จุด ปีกข้างปรับรองรับตัวภายใน 1 วินาทีและปรับได้สูงสุด 15 มม. โดย Active side bolster เป็นมาตรฐานตั้งแต่ Ultra แต่เป็นอุปกรณ์เสริมใน Max และ Max Long Range ความกระชับกับสรีระแต่ละคนยังต้องลองนั่งจริง


แอร์อัตโนมัติ 3 โซนช่วยแยกการตั้งอุณหภูมิระหว่างผู้โดยสาร มีระบบไหลเวียนอากาศ 2 ชั้น AQS ตรวจวัด PM2.5 และ CO₂ เครื่องกำเนิดไอออนลบ UVC และไส้กรอง MOFs เหมาะจะพิจารณาควบคู่กับความสบายเมื่อต้องนั่งรถหลายคนเป็นเวลานาน
HUAWEI SOUND ใช้ลำโพง 21 ตัว ระบบ 7.1.4 รวมลำโพงเพดาน 4 ตัว แอมป์รุ่นส่วนใหญ่ 2,080 W ส่วน Ultra+ เพิ่มเป็น 2,920 W และรองรับเสียงเบสลงถึง 25 Hz แต่คุณภาพเสียงที่ฟังจริงไม่อาจตัดสินจากกำลังแอมป์เพียงอย่างเดียว
รถยังมีไมโครโฟนภายใน 4 ตัว ภายนอก 6 ตัว กระจกสองชั้นกันเสียงรอบคัน 8 แผ่น และวัสดุดูดซับเสียงรวม 49.5 ตร.ม. สิ่งเหล่านี้บอกถึงแนวทางจัดการเสียงรบกวน ส่วนความเงียบบนผิวถนนและความเร็วต่าง ๆ ยังต้องรอทดสอบครับ
ท้ายรถ 622 ลิตรกับตู้เย็นที่ไม่ได้ติดมาทุกคัน
RX มีพื้นที่เก็บของ 32 จุด ห้องสัมภาระท้าย 622 ลิตร และช่องเก็บของลับ 30 ลิตร เวลาเดินทางหลายคนจึงมีทั้งพื้นที่หลักสำหรับกระเป๋าและช่องแยกของชิ้นเล็ก โดยประตูท้ายไฟฟ้าเปิดได้ผ่านปุ่ม Knock-Knock หรือเซนเซอร์เตะเปิด ช่วยเพิ่มทางเลือกตอนถือของเต็มมือ
ช่องเก็บของแช่เย็นขนาด 7.7 ลิตร ใส่เครื่องดื่มได้ 14 กระป๋อง แต่เป็นมาตรฐานเฉพาะ Ultra+ ส่วนอีก 5 รุ่นต้องเลือกเพิ่ม ใครเห็นฟีเจอร์นี้แล้วอยากมีน้ำเย็นติดรถควรตรวจรายการออปชันของคันที่จะซื้อก่อน
แบรนด์เคลมว่าระบบทำความเย็นใช้เวลา 15 นาที และรักษาความเย็นหลังดับไฟได้ 12 ชั่วโมง โดยตั้งความเย็นได้ -6 ถึง 15°C หรือทำความร้อน 35 ถึง 50°C จึงไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะเครื่องดื่มเย็น แต่ประสิทธิภาพในสภาพอากาศจริงยังต้องลอง
ภายในมีจุดแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ 11 จุด และจุดยึดกล้อง/อุปกรณ์ 3 จุด ระบบ VLOG รองรับ DJI และ Insta360 ผ่าน USB-C พร้อมใช้ DJI Mimo บนหน้าจอกลางได้ คนที่บันทึกการเดินทางจึงมีตำแหน่งติดอุปกรณ์รองรับไว้แล้ว
มีกระจกหลังคา 2 ชิ้นและม่านบังแดดไฟฟ้า โดย Luxeed ระบุการกัน UV 100% และอินฟราเรด 99.96% สำหรับคนที่จอดกลางแจ้งบ่อย ประสิทธิภาพลดความร้อนในห้องโดยสารเป็นอีกจุดที่น่ารอสัมผัสจริง
จุดชาร์จอุปกรณ์มีแท่นไร้สาย 2 จุด จุดละ 50 W, USB หน้า 66 W, USB แถวสอง 100 W และช่องไฟ 12V ในห้องสัมภาระ ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังมีช่องต่ออุปกรณ์ของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสายลากจากด้านหน้า
รถให้กุญแจ Star Flash การ์ด NFC และกุญแจกลไกอย่างละ 1 ชิ้น รองรับกุญแจโทรศัพท์และสมาร์ตวอทช์ทั้ง Bluetooth กับ Star Flash รวมถึง NFC สำหรับเข้าและสตาร์ตรถ ส่วน ETC เป็นอุปกรณ์เสริม และประตูไฟฟ้าหน้ามีเป็นมาตรฐานเฉพาะ Ultra AWD กับ Ultra+
ก่อนถึงไทย ต้องแยกสิ่งที่น่าสนใจออกจากเงื่อนไขที่ต้องเลือก
โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กกำลังสูงและอะลูมิเนียมรวม 90.5% มีเหล็กขึ้นรูปด้วยความร้อนยาวรวม 38.38 เมตร และระบุการใช้เหล็กขึ้นรูปด้วยความร้อนในห้องโดยสารระดับ 100% พร้อมเสา A และ B แบบ 2 ชั้น ท่อเสริมแรง 2,200 MPa และคานประตูเหล็ก 2,400 MPa กับ 2,200 MPa เป็นรายละเอียดด้านการเสริมโครงสร้าง ไม่ใช่คะแนนทดสอบการชน
ความแข็งแรงบิดตัวถังอยู่ที่ 51,040 N·m/deg และค่าสัมประสิทธิ์น้ำหนักเบา 1.53 ตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านเป็นคุณลักษณะทางวิศวกรรมควบคู่กับน้ำหนักรถ ไม่ใช่ใช้สรุปความปลอดภัยเพียงลำพัง


อุปกรณ์ปกป้องผู้โดยสารมีถุงลมนิรภัย 7 จุด ISOFIX เบาะหลัง 2 ตำแหน่ง ระบบเตือนคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง และปลดล็อกเมื่อเกิดการชน สำหรับครอบครัวที่ใช้คาร์ซีต จุดยึดสองตำแหน่งด้านหลังเป็นรายละเอียดที่นำไปวางแผนจัดที่นั่งได้โดยตรง

ฝั่งแบตเตอรี่มีโครงสร้างป้องกันใต้ท้อง ซีลกันน้ำ และการป้องกันการแช่น้ำนิ่งเป็นเวลานาน พร้อมวัสดุ aerogel ระดับการบิน และการป้องกัน thermal runaway ลุกลามจากเซลล์เดียวไปทั้งแพ็ก อย่างไรก็ตาม การมีระบบป้องกันไม่ได้เป็นเหตุผลให้ตั้งใจขับรถลุยน้ำ


ข้อดีที่ผมเห็นจากสเปกจีนมี 5 เรื่อง คือมีทางเลือกระหว่างรุ่นวิ่งไกลกับรุ่นแรง ชาร์จ DC 30–80% ได้ประมาณ 15 นาที รุ่น Ultra ขึ้นไปมีถุงลมเป็นมาตรฐาน จอกลางปรับตำแหน่งได้ และมีพื้นที่เก็บสัมภาระพร้อมช่องเก็บของแยก เหล่านี้เชื่อมกับการเดินทางและการใช้รถทุกวันได้ชัดเจนกว่าการมองกำลังมอเตอร์อย่างเดียว
ส่วนข้อสังเกตมี 5 เรื่องเช่นกัน ได้แก่ ตัวถังที่ต้องเผื่อช่องจอด อุปกรณ์อย่างสาย V2L และตู้เย็นที่อาจต้องซื้อเพิ่ม ฟังก์ชัน ADS บางส่วนที่มีเงื่อนไขแพ็กเกจ ความต่างของล้อและช่วงล่างที่ควรลองจริง และระยะทาง CLTC ที่อาจเปลี่ยนตามอุปกรณ์ โดย ADS ยังคงต้องมีคนขับรับผิดชอบตลอดเวลา
จุดที่ต้องย้ำสำหรับผู้อ่านชาวไทย
สำหรับไทย RX มีแผนเข้ามาในปี 2027 ส่วน ชื่อทางการรอประกาศวันที่ 21 ต.ค. 2026 สรุปแล้วทาง LUXEED จะเลือกชื่อไหนสำหรับทำการตลาดนอกประเทศจีน ตอนนี้ทีมงานก็ยังไม่ทราบเช่นเดียวกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าชื่อปัจจุบันก็เหมาะสมและจดจำได้ง่ายแล้วแถมไม่สับสนกับบ้านเกิดของคันนี้ด้วย
และอีกจุดคือถ้าให้ผมเลือกประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ผมอยากเห็นว่ารถที่มาไทยจะจัดชุดแบตเตอรี่ ช่วงล่าง และซอฟต์แวร์อย่างไร เพราะนั่นจะเป็นตัวตัดสินว่าเรื่องเด่นของ RX สำหรับคนไทยคือการไปได้ไกล หรือการได้อุปกรณ์ตรงกับชีวิตประจำวันมากแค่ไหน
ทีมงาน iMoD Drive จะนำรายละเอียดมาเล่าต่อเมื่อมีอัปเดตครับ

ที่มา: Luxeed, luxeed-auto.com
