Ferrari Luce รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย มียอดสั่งซื้อเต็มโควตาการผลิตสำหรับปี 2027 เป็นที่เรียบร้อย แม้จะเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด้านงานดีไซน์อย่างหนักหน่วงตั้งแต่เปิดตัว โดยมาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลังสูงสุด 1,035 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 122 kWh วิ่งไกลราว 329 ไมล์ (มาตรฐาน WLTP) เคาะราคาเริ่มต้นในยุโรปเกือบ 550,000 ยูโร (ราว 20.90 ล้านบาท)
Ferrari Luce รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกขายเกลี้ยงโควตาปี 2027 แม้เจอกระแสดราม่าดีไซน์!
Ferrari ประกาศว่า Ferrari Luce ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ มียอดจองเต็มโควตาการผลิตสำหรับปี 2027 แล้ว โดยทาง Benedetto Vigna ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ferrari ได้เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ว่า ยอดการผลิตทั้งหมดที่วางแผนจะจำหน่ายในปีหน้าได้รับการจัดสรรจนครบถ้วน และการทดสอบขับขี่ของลูกค้าที่จะเริ่มขึ้นในปีหน้าจะช่วยกระตุ้นความต้องการให้เพิ่มขึ้นอีก

ทั้งนี้ บริษัทไม่พบปัญหาสำคัญทั้งในด้านกระบวนการผลิตหรือความต้องการของตลาด แม้ว่าตัวรถจะมีความซับซ้อนขึ้นเนื่องจากมีชิ้นส่วนและเทคโนโลยีใหม่เป็นจำนวนมากก็ตาม โดยมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้ารายแรกก่อนสิ้นปี 2026

Ferrari Luce ถูกวางตำแหน่งเป็นรถสปอร์ตซาลูน 5 ที่นั่ง 4 ประตู ทรง Liftback ซึ่งถือเป็นรถที่มีขนาดยาวที่สุดเท่าที่ Ferrari เคยผลิต ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังรวมประมาณ 1,035 แรงม้า ทำงานบนสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 122 kWh สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที

พร้อมระยะทางขับขี่ที่เคลมไว้ราว 329 ไมล์ (ประมาณ 529 กม. มาตรฐาน WLTP) โดยมีราคาเริ่มต้นในตลาดยุโรปใกล้เคียง 550,000 ยูโร (ราว 20.90 ล้านบาท) ส่วนในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 560,800–615,000 ดอลลาร์ (ราว 19.07–20.91 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง

การพัฒนางานดีไซน์ของรุ่นนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสตูดิโอ LoveFrom ของ Jony Ive และ Marc Newson ร่วมกับศูนย์ออกแบบ Centro Stile ของ Ferrari เอง เพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางแบบดั้งเดิมไปสู่สไตล์ Grand-Touring ที่กว้างขวางขึ้น

ทว่านับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกรุงโรมเมื่อเดือน พ.ค. 2026 รูปลักษณ์ภายนอกกลับสร้างเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ด้วยเส้นสายที่ราบเรียบ หลังคากระจกขนาดใหญ่ และรายละเอียดที่เรียบง่าย จนถูกมองว่าดูธรรมดาและมีกลิ่นอายคล้ายผลิตภัณฑ์ของ Apple หรือรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปมากกว่าความเป็น Ferrari ถึงขั้นมีกระแสล้อเลียนในโลกออนไลน์
รวมถึง Luca di Montezemolo อดีตประธาน Ferrari ที่ออกมาระบุว่าอาจทำลายตำนานของแบรนด์ และส่งผลให้หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงถึง 8% ในวันเดียว

อย่างไรก็ตาม กระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าระดับมหาเศรษฐี เนื่องจาก Ferrari ยังคงจำกัดปริมาณการผลิตอย่างเข้มงวด โดยมีรายงานว่าจะผลิตไม่ถึง 500 คันในปีนี้ และตั้งเป้าในระยะยาวไว้ที่ประมาณ 600 คันต่อปีไปจนถึงปี 2030 เพื่อรักษาความเอ็กซ์คลูซีฟเอาไว้
ซึ่งก่อนหน้านี้มีแชสซีส์รุ่นแรก ๆ ถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 40 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.36 พันล้านบาท) ทั้งนี้ Ferrari ตั้งเป้าหมายให้รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 20% ของไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2030 ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองของค่ายได้ถูกเลื่อนแผนการเปิดตัวออกไปเป็นปี 2028
ที่มา: TESLARATI
