ใน

Nio โชว์เหนือ! พัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่เอง ไม่ง้อแผนที่ HD อ่านป้ายเลนพิเศษได้แบบเรียลไทม์

Nio Inc ได้เริ่มปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่เวอร์ชันใหม่ในชื่อ Nio World Model (NWM) ให้กับผู้ใช้งานรถยนต์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยการอัปเดตครั้งนี้จะครอบคลุมรถยนต์มากกว่า 700,000 คัน ทั้งนี้ ทางบริษัทระบุว่า แม้แต่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไปนานถึง 4 ปีแล้ว ก็ยังสามารถอัปเดตเพื่อใช้งานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดนี้ได้เช่นกัน

Nio โชว์เหนือ! พัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่เอง ไม่ง้อแผนที่ HD อ่านป้ายเลนพิเศษได้แบบเรียลไทม์

Nio เผยว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในอุตสาหกรรม ที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่ให้รองรับทั้งแพลตฟอร์มชิปทั่วไปและแพลตฟอร์มชิปที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองได้สำเร็จ พร้อมทั้งปล่อยอัปเดตเวอร์ชันใหม่พร้อมกันทันที ซึ่งหมายความว่า รถยนต์รุ่นที่ใช้ชิป Nvidia Orin-X จำนวน 4 ตัว และรุ่นที่ใช้ชิป Shenji NX9031 ที่ Nio พัฒนาขึ้นเอง จะได้รับการอัปเดตพร้อมกัน

ความสำเร็จนี้เกิดจากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบที่ Nio สะสมมาตั้งแต่เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองแบบครบวงจร (Full-stack) ในปี 2020 รวมถึงการลงทุนล่วงหน้าในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยในระดับชิป Nio คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำโมเดล AI ขนาดใหญ่มาใช้ในรถยนต์ จึงได้สำรองกำลังการประมวลผลไว้ล่วงหน้า

ส่วนในระดับซอฟต์แวร์ Nio ไม่ได้ใช้เครื่องมือทั่วไปจากซัพพลายเออร์ แต่ได้พัฒนาโครงสร้างและตัวแปลโปรแกรม (Compiler) ของตัวเองขึ้นมา ซึ่ง AI Compiler นี้ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ จากเดิม 1-2 สัปดาห์ เหลือเพียง 1-2 วัน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลได้ถึง 20%

การอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ต่อจากเวอร์ชันเมื่อเดือนมกราคมต้นปี ซึ่งในตอนนั้น Nio เป็นแบรนด์แรกในจีนที่นำระบบการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) มาใช้พัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่ ส่วนในเวอร์ชันใหม่นี้ Nio ได้ปรับปรุงโครงสร้างเทคโนโลยีให้เป็นระบบการฝึกฝนแบบ 3 ชั้น ได้แก่ “World Model + Supervised Fine-Tuning + Closed-Loop Reinforcement Learning”

ระบบที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่าง Supervised Fine-Tuning จะนำข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ที่มีคุณภาพสูงมาใช้ เพื่อให้ AI เรียนรู้การขับขี่ที่เลียนแบบมนุษย์ ทำให้รถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎจราจร

นอกจากนี้ Nio ยังเป็นรายแรกในจีนที่ทำให้ระบบช่วยขับขี่ส่งสัญญาณควบคุมพวงมาลัย การเร่งความเร็ว และการเบรกได้โดยตรง แทนที่จะเป็นการคำนวณหาเส้นทางวิ่งแบบเดิม ซึ่งการจำลองการเคลื่อนที่แบบต้นสายถึงปลายสาย (End-to-end) นี้ ช่วยให้สั่งการได้สั้นและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้การควบคุมรถมีความนุ่มนวลและแม่นยำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในด้านประสบการณ์ใช้งาน Nio ระบุว่าเวอร์ชันใหม่นี้มีความแม่นยำในการเลือกเส้นทางในระดับนำของอุตสาหกรรม แม้จะไม่ต้องใช้แผนที่ความละเอียดสูง (HD Maps) หรือแผนที่นำทางแบบพิเศษก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ NWM ของ Nio ยังเป็นระบบที่ค่ายรถยนต์พัฒนาเองระบบแรกที่สามารถตรวจจับและเข้าใจสัญลักษณ์ช่องทางจราจรพิเศษ (Tidal Lanes) และป้ายดิจิทัลบอกเลนเหนือศีรษะได้แบบเรียลไทม์

ซอฟต์แวร์ใหม่นี้ยังแก้ปัญหาการเบรกกะทันหันโดยไม่จำเป็น ควบคู่ไปกับการเข้าแทรกแซงเมื่อมีความเสี่ยงได้อย่างสมดุล ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจและเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปล่อยอัปเดตเวอร์ชันเดือนมกราคม ระยะเวลาและอัตราการใช้งานฟีเจอร์ช่วยขับขี่ของผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ขณะเดียวกัน Onvo ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของ Nio ที่เน้นเจาะตลาดมวลชน (Mass-market) ก็ได้เริ่มอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชัน Coconut+ 3.0.2 ซึ่งใช้เทคโนโลยีพื้นฐานแบบเดียวกัน เนื่องจากซอฟต์แวร์หลักถูกพัฒนาขึ้นเอง Nio จึงสามารถโอนย้ายฟีเจอร์สำคัญ ๆ ไปยังรถยนต์ Onvo ที่ใช้แพลตฟอร์ม Shenji NX9031 ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์

โดย Onvo มีแผนจะปล่อยอัปเดตใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งระบบห้องโดยสารอัจฉริยะและฟีเจอร์ช่วยขับขี่ให้กับรถยนต์รุ่นที่ใช้ชิป Orin-X ทุกรุ่นภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

Nio ทิ้งท้ายว่า การอัปเดตครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับความสามารถด้านวิศวกรรมระบบ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานหันมาเปิดใช้ระบบช่วยขับขี่กันมากขึ้น

ที่มา cnevpost

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.