เพิ่มระยะขับขี่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นเสมอ บางครั้งเริ่มต้นจากระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารที่กินพลังงานมากเกินไป ดังกรณีที่รถจอดกลางแดดนานๆ ความร้อนสะสมใต้กระจกบังลมและหลังคากระจกจะผลักภาระคอมเพรสเซอร์แอร์ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ Tesla จดสิทธิบัตรใหม่ใบเลข US20260091643A1 ชื่อ “Airflow Optimization for Cabin Comfort” อธิบายระบบปรับอากาศที่ดึงอากาศร้อนออกจากบริเวณกระจกก่อนที่ความร้อนจะแผ่กระจายเข้าสู่ห้องโดยสาร
ปัญหาของระบบทำความเย็นแบบเดิม
ระบบปรับอากาศทั่วไปในรถยนต์ทำงานโดยเป่าลมเย็นเข้าห้องโดยสาร แต่อากาศร้อนจะลอยอยู่บริเวณเพดาน ขณะที่อากาศเย็นกว่าจะอยู่ต่ำลงมา ผลที่ตามมาคือผู้โดยสารตำแหน่งหัวร้อน แต่ลำตัวเย็น หรือที่ Tesla เรียกว่า “entrainment” — ลมเย็นที่พุ่งเร็วจะลากอากาศร้อนที่อยู่นิ่งๆ ลงมาสู่พื้นที่นั่งโดยสารแทน คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักตลอดเวลา สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น และห้องโดยสารก็ยังคงไม่สม่ำเสมอ ปัญหานี้รุนแรงขึ้นเมื่อรถมีพื้นที่กระจกขนาดใหญ่ เช่น Cybertruck ที่ความร้อนจากแสงอาทิตย์สะสมใต้กระจกหน้าและหลังคากระจกอย่างมาก

ระบบดึงความร้อนออกตั้งแต่ต้นทาง
แทนที่จะเป่าลมเย็นเข้าไปทับอากาศร้อน Tesla ต้องการดึงอากาศร้อนออกก่อนที่มันจะแผ่ปนกับส่วนอื่นของห้องโดยสาร ระบบใหม่ใช้ช่องดูดซ่อนตัวอยู่ในแผงหน้าจอมาตรวัดและบุษย์เพดาน ดึงอากาศร้อนเข้าสู่ท่อสกัดก่อนที่ความร้อนจะกระจายไปทั่ว และนำอากาศนั้นกลับเข้าสู่ระบบปรับอากาศใหม่ ทำให้การทำความเย็นเริ่มต้นใกล้แหล่งความร้อนมากขึ้น ลดความจำเป็นในการปรับความเร็วพัดลมสูง และลดภาระคอมเพรสเซอร์ในเวลาเดียวกัน

ที่น่าสนใจคือ Tesla สามารถใช้เส้นทางลมช่วยละลายน้ำแข็งกระจกหน้า (windshield defroster) ร่วมด้วย โดยการกลับทิศทางลมด้วยแอคชูเอเตอร์และวาล์วทิศทาง ในฤดูร้อน ช่องลมจะดึงอากาศร้อนจากบริเวณกระจก แต่พอถึงฤดูหนาว ทิศทางลมก็พลิกกลับ ช่องเดิมจะเป่าลมอุ่นไปบนกระจกหน้าเพื่อละลายน้ำแข็งได้เลย ระบบควบคุมจะปรับการเปิด-ปิดช่องดูดและความเร็วพัดลมอัตโนมัติ โดยอิงข้อมูลจากเซ็นเซอร์อุณหภูมิภายในห้องโดยสาร สภาพอากาศภายนอก และความเข้มแสงแดด ทำให้ระบบปรับตัวตามสภาพแวดล้อมจริงตลอดเวลา ไม่ใช่ทำงานที่การตั้งค่าเดียวตลอด
ผลการทดสอบ: ประหยัด 500 วัตต์ วิ่งได้ไกลขึ้น 8-10 ไมล์
Tesla เปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างระบบใหม่กับระบบมาตรฐานในเอกสารสิทธิบัตร ผลการทดสอบพบว่าระบบใหม่ใช้พลังงานต่อเนื่องน้อยกว่าประมาณ 500 วัตต์ ซึ่งเทียบเท่าการประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 2.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากการขับขี่ฤดูร้อน 5 ชั่วโมง และเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ประมาณ 13-16 กิโลเมตร (8-10 ไมล์)
ในด้านความสม่ำเสมอของอุณหภูมิ ระบบเดิมวัดอุณหภูมิระดับศีรษะได้สูงถึง 46 องศาเซลเซียส ขณะที่ระดับอกอยู่ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส ความแตกต่างถึง 21 องศา ส่วนระบบใหม่ช่วยปรับความสม่ำเสมอของอุณหภูมิส่วนบนลำตัวดีขึ้น 12 องศาเซลเซียส โดยรักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 21-33 องศาเซลเซียส ซึ่ง Tesla เรียกว่า “ความสบายแบบเป็นเนื้อเดียว” (comfort bubble) ที่ไม่ต้องเจอปัญหา “จมูกแข็ง คอเหงื่อ” อีกต่อไป

ขยายสเกลได้ถึง Cybertruck และ Robotaxi
ระบบท่อดูดอากาศนี้ออกแบบให้ขยายสเกลสำหรับห้องโดยสารขนาดใหญ่ได้ เช่น Cybertruck ที่มีพื้นที่กระจกมากและระบายความร้อนยากกว่ารถทั่วไป นอกจากนี้ยังกล่าวถึงจุดดูดที่ขยายไปถึงช่องเก็บของหลังรถ (rear parcel shelf) หรือรอบตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ เพื่อระบายกระเป๋าความร้อนเฉพาะจุดได้อีกด้วย สำหรับบริการ Robotaxi ในอนาคตของ Tesla ระบบปรับอากาศที่เงียบขึ้นและอุณหภูมิคงที่สม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้โดยสารสบายตลอดการเดินทางที่ยาวนาน แถมยังรักษาระยะขับขี่ไว้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดแบตเตอรี่
ที่มา: TeslaMagz
