เมื่อตำนานความแรงอย่าง Ferrari โคจรมาพบกับดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Jony Ive ผลลัพธ์ที่ได้คือ ‘Ferrari Luce’ รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ที่กำลังถูกจับตามองที่สุดในขณะนี้ โดยครั้งนี้ Ferrari เลือกที่จะฉีกตำนานรถ EV ทั่วไป ด้วยการปฏิเสธหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ แล้วหันมาเน้นงานฝีมือและปุ่มควบคุมแบบกลไกที่ประณีต เพื่อรักษาจิตวิญญาณการขับขี่ที่แท้จริงไว้ในโลกแห่งพลังงานสะอาด
Ferrari เผยโฉมชื่อรถไฟฟ้าลำดับแรก ‘Luce’ พร้อมอวดดีไซน์ภายในโดย Jony Ive
Ferrari ได้ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นแรกของค่ายแล้ว โดยใช้ชื่อว่า Ferrari Luce ทางผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลีได้เผยโฉมดีไซน์ภายในบางส่วนวันนี้ที่ซานฟรานซิสโก โดยแสดงให้เห็นห้องโดยสารที่ร่วมกันออกแบบกับ LoveFrom กลุ่มงานสร้างสรรค์ของ Jony Ive ซึ่งเน้นการใช้ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Physical Controls) มากกว่าการใช้หน้าจอระบบสัมผัส

คำว่า “Luce” ในภาษาอิตาลีแปลว่า “แสงสว่าง” โดย Ferrari ระบุว่าชื่อนี้สื่อถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเพียง “วิธีการ” ไม่ใช่ “จุดหมายปลายทาง” ของแบรนด์ ทั้งนี้ Ferrari ได้ร่วมงานกับ LoveFrom (ก่อตั้งโดย Sir Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายดีไซน์ของ Apple และดีไซน์เนอร์ Marc Newson) มานานกว่า 5 ปี เพื่อดูแลการออกแบบในทุกมิติของรถคันนี้

การออกแบบภายในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านเทรนด์หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่พบได้ทั่วไปในรถ EV โดย Ferrari เลือกที่จะจัดลำดับความสำคัญให้กับการใช้ปุ่มกดแบบกลไก, หน้าปัด และสวิตช์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้ง่ายและรู้สึกเพลิดเพลินในการสัมผัส
ไฮไลต์สำคัญของการออกแบบภายใน
พวงมาลัย: ออกแบบเป็น 3 ก้านสไตล์มินิมอล ได้แรงบันดาลใจจากพวงมาลัยไม้ Nardi ในยุค 50-60 ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% มีน้ำหนักเบากว่าพวงมาลัยมาตรฐานของ Ferrari ถึง 400 กรัม โดยจัดวางปุ่มควบคุมคล้ายกับรถสูตรหนึ่ง (Formula One)

กุญแจและการสตาร์ทรถ: กุญแจทำจากกระจก Corning Fusion5 พร้อมจอแสดงผล E Ink (ครั้งแรกในวงการรถยนต์) เมื่อเสียบกุญแจเข้ากับช่องเสียบ หน้าจอจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีดำ พร้อมระบบไฟในห้องโดยสารที่สว่างขึ้นตามลำดับที่วางแผนมาอย่างประณีต

แผงหน้าปัด (Binnacle): จะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับการปรับพวงมาลัยเพื่อให้มองเห็นได้ดีที่สุด ใช้หน้าจอ OLED จาก Samsung สองชั้นซ้อนกัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีแผงหน้าจอแบบน้ำหนักเบาพิเศษนี้

แผงควบคุมกลาง: ติดตั้งบนข้อต่อแบบลูกหมุนเพื่อให้หันไปทางผู้ขับหรือผู้โดยสารก็ได้ มีระบบ “Multigraph” ที่ใช้มอเตอร์อิสระ 3 ตัว สำหรับปรับโหมดเป็นนาฬิกา, เข็มทิศ หรือระบบช่วยออกตัว (Launch Control)

การเปิดตัวรูปลักษณ์ภายนอกอย่างเต็มรูปแบบจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026 ณ ประเทศอิตาลี โดยคาดว่าซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าลำดับแรกนี้จะมีราคาสูงกว่า 500,000 ยูโร หรือประมาณ 18,300,000 บาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
ที่มา electrek
