ใน

XPENG รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าถือหุ้นใหญ่โรงงานในอินโดนีเซีย

XPENG ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยักษ์ใหญ่จากจีน ได้บรรลุข้อตกลงเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการการผลิตภายใต้เครือ Erajaya Group ของอินโดนีเซีย เพื่อเร่งกระบวนการผลิตในท้องถิ่นภายในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

XPENG รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าถือหุ้นใหญ่โรงงานในอินโดนีเซีย

ตามรายงานที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัท PT Sinar Eka Selaras Tbk (หรือ Erajaya Active Lifestyle – ERAL) ได้ทำการโอนหุ้นจำนวน 90.1% ในบริษัท PT Era Industri Otomotif (EIDO) ให้กับ XPENG โดยธุรกรรมนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม และครอบคลุมหุ้นทั้งหมด 154,072 หุ้น

จากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ XPENG จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมใน EIDO ด้วยสัดส่วน 90.1% ในขณะที่ ERAL จะเหลือหุ้นเพียง 9.9% เท่านั้น โดยนิติบุคคลที่เข้าทำรายการคือ Xpeng International Holding (Hong Kong) Limited

Badar Teguh Mancik Alam เลขานุการบริษัท ERAL ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเจ้าของในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินและการดำเนินงานรายวันของบริษัท นอกจากนี้ เขายังเสริมว่าการจัดจำหน่าย การขาย และบริการหลังการขายของ XPENG ในอินโดนีเซีย จะยังคงบริหารจัดการโดย PT Era Inovasi Otomotif (EIVO) และ PT Era Dealer Otomotif (EDOO) ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของ ERAL เช่นเดิม

ในส่วนของ EIDO จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่เน้นด้านการผลิตและการประกอบรถยนต์ XPENG ในอินโดนีเซียโดยเฉพาะ ซึ่งการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ภาพรวมของ XPENG ในการขยายตลาดต่างประเทศ

Xpeng ได้เข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2025 และประกาศให้ ERAL เป็นพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่น หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือนในเดือนกรกฎาคม 2025 XPENG ได้ประกาศส่งมอบรถยนต์รุ่น X9 MPV ที่ผลิตในอินโดนีเซียเป็นคันแรก โดยระบุว่าอินโดนีเซียคือจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์การผลิตในท้องถิ่นทั่วโลก

ทั้งนี้ การประกอบรถยนต์ในอินโดนีเซียคาดว่าจะใช้รูปแบบ CKD (Completely Knock Down) หรือการนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศ นอกจากอินโดนีเซียแล้ว XPENG ยังได้ร่วมมือกับ Magna Steyr ในออสเตรียเพื่อเริ่มการผลิตในยุโรป และกำลังเจรจากับ Volkswagen รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆ เพื่อเข้าซื้อโรงงานในยุโรปเพิ่มเติม เนื่องจากกำลังการผลิตปัจจุบันเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ที่มา cnevpost

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.