ใน ,

Denza Z เปิดตัวระดับโลก! สปอร์ตไฟฟ้าล้ำหน้าด้วยระบบขับเคลื่อน 3 มอเตอร์และช่วงล่างอัจฉริยะ

Denza Z รถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก BYD เปิดตัวครั้งแรกที่ Goodwood พร้อมพละกำลัง 1,582 แรงม้า เปิดราคาพรีเซลเริ่มต้นที่ 6,650,000 บาท

Denza Z เปิดตัวระดับโลก! สปอร์ตไฟฟ้าล้ำหน้าด้วยระบบขับเคลื่อน 3 มอเตอร์และช่วงล่างอัจฉริยะ

BYD ได้ใช้เวทีงาน Goodwood Festival of Speed ในการเปิดตัว Denza Z รถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการ โดยมีการยืนยันว่าจะทำตลาดในรูปแบบตัวถัง Coupe, Spider และ Racing

ซึ่งรายงานจาก IThome ระบุว่ารุ่นเริ่มต้น (Coupe) จะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศที่ราคา 142,900 ปอนด์ หรือประมาณ 184,800 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 6,650,000 บาท)

ตัวรถโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 3 มอเตอร์ และใช้แพลตฟอร์มควบคุมอัจฉริยะ e³ (Yi Sanfang) ซึ่งมีมอเตอร์หน้า 1 ตัว และมอเตอร์หลังแบบแยกอิสระอีก 2 ตัว ระบบนี้ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี steer-by-wire (พวงมาลัยไฟฟ้าที่ไม่มีแกนกลไกเชื่อมต่อ) จาก FinDreams ซึ่งช่วยให้ควบคุมการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและจำลองสัมผัสการขับขี่แบบสปอร์ตผ่านระบบภายในห้องโดยสาร

ระบบส่งกำลังและแบตเตอรี่

ระบบขับเคลื่อนนี้ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 1,180 kW หรือเทียบเท่ากับ 1,582 แรงม้า โดยในรุ่น Track Edition สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 1.96 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 350 กม./ชม. สำหรับน้ำหนักตัวรถรุ่น Coupe อยู่ที่ 2,230 กก. ส่วนรุ่น Track Edition อยู่ที่ 2,250 กก.

ด้านพลังงานใช้แบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่สองแบบลิเธียมเหล็กฟอสเฟตจาก FinDreams แม้ข้อมูลในจีนจะระบุความจุรวมสูงสุดถึง 102 kWh แต่สำหรับสเปกส่งออกจะเริ่มต้นที่ความจุใช้งาน 76 kWh ซึ่งรองรับระยะทางวิ่งประมาณ 600 กม. ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V ที่รองรับการชาร์จเร็วระดับสูงได้

แชสซีส์และการขับขี่

โครงสร้างตัวถังใช้คาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตที่มีความแข็งแรงสูง มาพร้อมจานเบรกคาร์บอนเซรามิกเพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถ ตัวรถ Coupe มีความยาว 4,780 มม. กว้าง 1,990 มม. สูง 1,350 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,780 มม. ขณะที่รุ่น Racing จะมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,870 มม. จากการปรับปรุงชุดแอโรไดนามิก

การควบคุมการขับขี่จัดการผ่านระบบช่วงล่าง DiSus-M ที่ปรับความหนืดของโช้คอัพได้ภายในเสี้ยววินาที สำหรับรุ่น Racing จะเปลี่ยนจากถุงลมแบบปรับระดับได้ในรุ่นปกติ มาเป็นสปริงแบบขดสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีระบบ Over-boost ที่เพิ่มแรงบิดสูงสุดได้อีก 30% เป็นเวลาต่อเนื่อง 20 วินาที

การเปิดตัวรถสปอร์ตระดับโลกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แบรนด์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจาก China Ev DataTracker ระบุว่าในเดือนพฤษภาคม 2026 ยอดส่งมอบรถยนต์ของแบรนด์พุ่งขึ้นไปถึง 15,620 คัน เพิ่มขึ้น 46.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทำให้แบรนด์มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1.0%

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.