ใน

Xpeng ทดสอบระบบขับขี่อัจฉริยะสำเร็จในเยอรมนี เตรียมบุกตลาดยุโรปปี 2027

Xpeng ได้ดำเนินการทดสอบการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในยุโรปของโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นที่สองที่เรียกว่า Vision-Language-Action (VLA) เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยในประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นการปูทางให้นำความสามารถด้านการขับขี่อัจฉริยะจากจีนไปสู่ตลาดโลกภายในปี 2027

Xpeng ทดสอบระบบขับขี่อัจฉริยะสำเร็จในเยอรมนี เตรียมบุกตลาดยุโรปปี 2027

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Yu Tao รองประธานของ Xpeng เปิดเผยผ่าน Weibo ว่า He Xiaopeng ประธานและซีอีโอของบริษัท ได้เสร็จสิ้นการทดสอบการยอมรับระบบ (Acceptance Test) ของ VLA รุ่นที่สอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบขับขี่อัจฉริยะ Turing AI หรือ NGP ในประเทศเยอรมนีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม

การทดสอบนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับ Xpeng ในการนำระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงมาสู่ยุโรป โดย He Xiaopeng ย้ำว่าการขยายระบบขับขี่อัจฉริยะไปทั่วโลกต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และหวังว่า Xpeng จะเป็นบริษัทจีนแห่งแรกที่นำระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับสูงเข้ามาให้บริการในยุโรป

Yu Tao กล่าวว่าระบบนี้ได้รับการฝึกฝนจากสภาพถนนในประเทศจีน แต่กลับแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความเสถียรในระดับสูงเมื่อมาใช้ในยุโรป โดยสามารถรับมือกับสถานการณ์การขับขี่ในเมืองที่ซับซ้อนได้หลากหลายโดยแทบไม่ต้องมีการฝึกฝนข้อมูลเพิ่มเติม ระบบสามารถจัดการกับถนนสายหลักในเมือง ตรอกแคบๆ การเลี้ยวที่มีความโค้งสูง พร้อมทั้งสามารถนำทางหลบหลีกสิ่งกีดขวางและชะลอให้ทางแก่คนเดินเท้าได้อย่างนุ่มนวล

นอกจากนี้ VLA รุ่นที่สองยังสามารถจดจำป้ายจราจรที่ซับซ้อนในยุโรป เข้าใจกฎจราจรและระบบสิทธิการใช้ทางของท้องถิ่น รวมถึงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ในยุโรปได้อีกด้วย

การทดสอบในครั้งนี้ยังถือเป็นการปูพื้นฐานทางเทคนิคสำหรับงานเปิดตัวระดับโลกของรถยนต์รุ่น Mona L03 ที่มิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับโลกของบริษัท โดย Xpeng ต้องการนำประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่เติบโตเต็มที่มาสู่ผู้ใช้ทั่วโลก โดย Mona L03 จะเป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวพร้อมกันทั้งในจีนและยุโรป รถ SUV รุ่นนี้ถูกพัฒนาภายใต้มาตรฐานระดับโลกและวางแผนที่จะทำตลาดใน 64 ประเทศและภูมิภาค

Mona L03 เริ่มเปิดให้จองล่วงหน้าในจีนเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 143,800 หยวน ถึง 165,800 หยวน (ประมาณ 719,000 ถึง 829,000 บาท) Xpeng วางตำแหน่งให้เป็น “SUV อัจฉริยะที่มีสไตล์รุ่นแรกสำหรับคนรุ่นใหม่” โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและครอบครัว

โดยมีทั้งรุ่นที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) ซึ่งรถทุกคันจะติดตั้งชิป Turing AI ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง มีพลังประมวลผลสูงถึง 1500 TOPS

Liu Xianming หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการขับขี่อัจฉริยะของ Xpeng กล่าวว่า VLA 2.0 ใช้งานจริงในจีนมาเกือบครึ่งปีแล้ว โดยมีสัดส่วนการใช้งานระบบช่วยขับขี่สูงถึง 50.44% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Xpeng เห็นว่าระบบขับขี่อัจฉริยะได้รับความนิยมและใช้งานมากกว่าการขับขี่โดยมนุษย์ในวงกว้าง แม้ว่าระบบจะยังไม่สมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ของยุโรป แต่ก็สามารถจัดการสถานการณ์ในเมืองส่วนใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ โดยเปรียบเทียบกระบวนการปรับตัวนี้เหมือนกับคนขับรถที่มีประสบการณ์ซึ่งเพิ่งเดินทางไปประเทศใหม่และเรียนรู้กฎจราจรท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว

เป้าหมายหลักที่ Xpeng ต้องการสื่อสารคือ “โมเดลเดียวกัน จากจีนสู่ยุโรป” หากความสามารถนี้สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในยุโรปได้สำเร็จ จะช่วยให้บริษัทเปลี่ยนความได้เปรียบด้านการขับขี่อัจฉริยะในจีนให้กลายเป็นจุดขายที่แตกต่างในตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ ระบบ VLA 2.0 ยังถูกมองว่าเป็นรากฐานของเทคโนโลยี AI เชิงกายภาพ (Physical AI) ของบริษัท ซึ่งครอบคลุมไปถึงหุ่นยนต์แท็กซี่ (Robotaxi) และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อีกด้วย

ที่มา cnevpost

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.