เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา Lynk & Co แบรนด์รถยนต์ในเครือ Geely ได้เปิดตัว Lynk & Co 07 GT รถยนต์สเตชันเวกอนขนาดกลางอย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ในราคาตั้งแต่ 157,800 หยวน ถึง 208,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 789,000 ถึง 1,044,000 บาท) ซึ่งรุ่น Limited Edition ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,007 คัน นั้นถูกจองหมดเกลี้ยงตั้งแต่ช่วงเปิดจองล่วงหน้า หลังจากที่เคยมีภาพหลุดปรากฏในเอกสารยื่นจดทะเบียนเมื่อเดือนที่แล้ว
Lynk & Co เปิดตัว 07 GT รถสเตชันเวกอนขั้วพลัง PHEV ความแรงสูงสุด 523 แรงม้า
ดีไซน์ภายนอก รถรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยทีมดีไซเนอร์จากจีนและยุโรป มีสัดส่วนความกว้างต่อความสูงอยู่ที่ 1.28 มิติขนาดตัวถัง มีความยาว 4,846 มม. (รุ่นแต่งยาวได้ถึง 4,866 มม.) ความกว้าง 1,900 มม. ความสูง 1,485 มม. และระยะฐานล้อ 2,843 มม.

ตัวถังมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี โดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED รวม 94 ดวงในชุดไฟ “Dawn” ส่วนด้านหลังติดตั้งไฟท้ายแบบยาวเชื่อมต่อกันรุ่น “Energy Crystal” ความยาว 1,354 มม. ประกอบด้วยหลอด LED ถึง 204 ดวง
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) มีความจุเริ่มต้น 614 ลิตร (พับเบาะขยายได้ถึง 1,665 ลิตร) ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) มีความจุ 548 ลิตร (พับเบาะขยายได้ถึง 1,599 ลิตร) โดยเบาะหลังสามารถพับแยกได้แบบ 4:6

ดีไซน์ภายในและเทคโนโลยี ห้องโดยสารออกแบบในสไตล์โอบล้อม ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีโทนสีภายในให้เลือก 5 สไตล์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งหน้าจอมาตรวัด LCD ขนาด 10.2 นิ้ว, หน้าจอควบคุมกลางขนาด 15.4 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาดใหญ่ถึง 95 นิ้ว
ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Lynk Flyme Auto 2.5 นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ตัวจิ๋ว “Eva” ตั้งอยู่บนคอนโซล ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทาง AI โต้ตอบและช่วยวางแผนการเดินทาง

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าได้ 12 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และระบบนวด ดื่มด่ำกับระบบเสียงหรูหราจาก Harman Kardon พร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง กำลังขับสูงถึง 1,600 วัตต์
ขุมพลังและการทำงาน Lynk & Co 07 GT ใช้ระบบไฮบริด EM-P ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T, มอเตอร์ไฟฟ้า และเกียร์ 3-speed DHT โดยตัวเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ (161 แรงม้า)
ระบบขับเคลื่อนแบ่งออกเป็น 2 ระดับความแรง
- รุ่นมอเตอร์เดี่ยว (ขับเคลื่อน 2 ล้อ): ให้กำลังรวมสูงสุด 300 กิโลวัตต์ (402 แรงม้า) ทำเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.5 วินาที
- รุ่นมอเตอร์คู่ (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): ให้กำลังรวมสูงสุด 390 กิโลวัตต์ (523 แรงม้า) ทำเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที

ทุกรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ “Energee Golden Brick” ขนาด 28.3 kWh โดยรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 200 กม. และวิ่งระยะทางรวมสูงสุด 1,422 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 170 กม. และระยะทางรวมสูงสุด 1,315 กม.
ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut และด้านหลังเป็น Multi-link อิสระ โดยทุกรุ่นจะได้รับโช้กอัพปรับแรงดันไฮดรอลิก FSD แต่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะได้รับการอัปเกรดเป็นช่วงล่างแม่เหล็กไฟฟ้า MRC (Magnetorheological Suspension)
ระบบอัจฉริยะ ในรุ่นท็อปจะได้รับการติดตั้งระบบช่วยขับขี่ G-ASD G-Pilot H7 ซึ่งทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Nvidia Thor-U และเซนเซอร์รอบคัน 27 จุด รวมถึงระบบ LiDAR ทำให้รองรับระบบนำทางอัจฉริยะแบบ “Door-to-Door” (D2D) และระบบขับขี่อัตโนมัติในเมือง (Urban NOA)
ราคาจำหน่าย
- รุ่น 200 Long Range Max: 157,800 หยวน (ประมาณ 789,000 บาท)
- รุ่น 200 Long Range Ultra: 167,800 หยวน (ประมาณ 839,000 บาท)
- รุ่น 4WD Performance Ultra: 177,800 หยวน (ประมาณ 889,000 บาท)
- รุ่น Limited Edition: 208,800 หยวน (ประมาณ 1,044,000 บาท)
ที่มา carnewschina
