ใน ,

จีนอนุมัติมาตรฐานความปลอดภัยระบบขับขี่อัตโนมัติ L3 และ L4 ฉบับแรก ยืนยันบังคับใช้ปี 2027

จีนได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นหนึ่งเดียวกันเป็นครั้งแรกสำหรับยานยนต์ไร้คนขับ ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

จีนอนุมัติมาตรฐานความปลอดภัยระบบขับขี่อัตโนมัติ L3 และ L4 ฉบับแรก ยืนยันบังคับใช้ปี 2027

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า Standard บังคับระดับชาติที่มีชื่อว่า “Safety Requirements for Autonomous Driving Systems of Intelligent Connected Vehicles” (GB 44721 — 2026) ได้รับการอนุมัติและประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีกำหนดการจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันที่ 1 กรกฎาคม 2027

ข้อกำหนดนี้ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม โดยสำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) และสำนักงานบริหารการจัดทำมาตรฐานแห่งชาติ มาตรฐานนี้จะครอบคลุมถึงรถยนต์กลุ่ม M (รถโดยสาร) และ N (รถบรรทุก/ขนส่ง) ที่ติดตั้งระบบระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 และ L4 แต่จะไม่รวมถึงระบบจอดรถอัตโนมัติ

ข้อกำหนดระบุไว้ว่า ระบบขับขี่อัตโนมัติจะต้องมีความปลอดภัยอย่างน้อยเท่ากับผู้ขับขี่ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความระมัดระวัง ตัวระบบจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ไม่สมเหตุสมผลต่อผู้ใช้งานหรือผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ

สำหรับระบบระดับ L3 มาตรฐานบังคับให้ต้องมีฟังก์ชันที่คอยตรวจเช็กความพร้อมของผู้ขับขี่ในการเข้าควบคุมรถแทน การเปิดใช้งานและการปิดใช้งานระบบต้องมีความปลอดภัย รวมถึงต้องมีกฎเกณฑ์ในการแจ้งเตือนสถานะต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น สถานะพร้อมใช้งาน สถานะกำลังทำงาน และสถานะยกเลิกการทำงาน

ค่ายผู้ผลิตรถยนต์จะต้องสร้างศักยภาพด้านการคุ้มครองความปลอดภัย ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและพัฒนา การผลิต ไปจนถึงหลังการจำหน่าย โดยแบ่งเป็น 4 มิติหลัก ได้แก่ นโยบายความปลอดภัย การบริหารจัดการความเสี่ยง การประกันความปลอดภัย และการปรับปรุงพัฒนาความปลอดภัย

นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ยังต้องทำการทดสอบผ่านแบบจำลอง (Simulation) สนามทดสอบ และการทดสอบบนถนนจริงในระหว่างกระบวนการวิจัยและตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรและสภาวะการทดสอบเป็นไปตามข้อกำหนด

ในส่วนของการแจ้งข้อมูลแก่ผู้ใช้ นอกจากคู่มือผู้ใช้รถแล้ว ผู้ผลิตสามารถใช้ช่องทางอื่นๆ เช่น เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และหน้าจอแสดงผลภายในรถ เพื่ออธิบายถึงระดับของการขับขี่อัตโนมัติ ขอบเขตความสามารถ ข้อจำกัด และการเปลี่ยนบทบาทของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการใช้งานที่ผิดวิธีและการใช้งานเกินขอบเขต

มาตรฐานนี้ยังสร้างกรอบการทดสอบที่ผสมผสานระหว่างการตรวจสอบศักยภาพการคุ้มครองความปลอดภัยขององค์กร การตรวจสอบเอกสารความปลอดภัย และการทดสอบเพื่อยืนยันผล โดยการทดสอบเพื่อยืนยันผลจะดำเนินการโดยหน่วยงานทดสอบภายนอก (Third-party) ซึ่งจะใช้วิธีการผสมผสานระหว่างสนามทดสอบ การทดสอบบนถนนจริง และการทดสอบด้วยแบบจำลอง

กระทรวง MIIT ได้มอบหมายให้คณะกรรมการวิชาการแห่งชาติด้านการจัดทำมาตรฐานยานยนต์ เป็นผู้ร่างมาตรฐานนี้ขึ้นมาโดยเริ่มตั้งแตปี 2025 ทั้งนี้ กฎระเบียบทางเทคนิครวมระดับโลกว่าด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติของสหประชาชาติ (ADS GTR) ซึ่งประเทศจีนเป็นผู้นำในการร่าง ก็ได้รับการอนุมัติและเผยแพร่ไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2026

กระทรวง MIIT ระบุว่า มาตรฐานของประเทศจีนชุดนี้ได้กำหนดข้อกำหนดทางเทคนิคที่ละเอียดมากขึ้นสำหรับระบบ L3 และ L4 รวมถึงยังได้แนะนำกรอบสถานการณ์การทดสอบที่เป็นมาตรฐานและเป็นหนึ่งเดียวกันอีกด้วย

จีนเริ่มอนุมัติการใช้งานระบบ L3 ให้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไปครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2025 โดยมอบให้กับรถยนต์รุ่นต่างๆ จากแบรนด์ Deepal ของ Changan Automobile (SZSE: 000625) และ Arcfox ของ BAIC Group

Guo Shougang หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมอุปกรณ์ที่หนึ่งของ MIIT กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า อัตราการเข้าถึงตลาดของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ L2 พุ่งสูงถึง 70.5% ในปีนี้ ขณะที่ระบบนำทางด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติ (NOA) มีอัตราการเข้าถึงตลาดอยู่ที่ 34.2%

กระทรวง MIIT กล่าวปิดท้ายว่าจะเดินหน้าเสริมสร้างการบริหารจัดการการเข้าสู่ตลาดสำหรับยานยนต์อัจฉริยะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และพัฒนามาตรฐานสนับสนุนอื่นๆ ต่อไปอย่างต่อเนื่อง เช่น วิธีการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุบัติเหตุทางด้านความปลอดภัย

ที่มา cnevpost

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.