Toyota กำลังลุยตลาดรถยนต์ไฮบริดอย่างเต็มตัว ด้วยการเตรียมเปิดตัวแบตเตอรี่แรงดันสูงยุคใหม่ที่จะเริ่มนำมาใช้งานจริงในปีหน้า ตามที่บริษัทได้แถลงระหว่างการรายงานผลประกอบการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
Toyota ซุ่มพัฒนาแบตเตอรี่ไฮบริดรุ่นใหม่ ชูจุดเด่น “ถูกลงแต่แรงขึ้น” เตรียมลุยตลาดปีหน้า
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นรายนี้ มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนสายการผลิตแบตเตอรี่ที่มีอยู่เดิมในประเทศญี่ปุ่น ให้มีกำลังการผลิตเพียงพอสำหรับรถยนต์ประมาณ 600,000 คัน เพื่อใช้ในการผลิตชุดแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นในราคาที่ถูกลง

Takanori Azuma ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของ Toyota กล่าวระหว่างการประชุมร่วมกับผู้ลงทุนว่า “เรากำลังขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ในช่วงปี 2027 ถึง 2028 และเราจะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด”
ที่ผ่านมา Toyota พึ่งพาแบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮดรายด์ (NiMH) สำหรับรถยนต์ไฮบริดมาอย่างยาวนาน แต่ในรุ่นใหม่ๆ รวมถึง RAV4 เจนเนอเรชันที่ 6 บริษัทได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแทน แม้ว่าแบตเตอรี่ NiMH จะได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความทนทานและไว้ใจได้สูงตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยความก้าวหน้าของเซลล์ลิเธียมไอออน ซึ่งมีความเหมาะสมกับรถยนต์ระดับมวลชนในปัจจุบันมากกว่า
Toyota ยังไม่ได้ระบุถึงองค์ประกอบทางเคมีของแบตเตอรี่ไฮบริดยุคใหม่นี้ จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีลิเธียมไอออนในปัจจุบัน หรือจะเป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ทั้งหมด แต่การเพิ่มการลงทุนในแบตเตอรี่ไฮบริดถือเป็นก้าวที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เนื่องจากยอดขายทั่วโลกของ Toyota (นับรวมแบรนด์ Toyota และ Lexus) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ลดลง 3% เหลือประมาณ 5 ล้านคัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ยอดขายในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electrified Vehicle) ของบริษัทกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยยอดขายรวมของรถยนต์ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แตะระดับ 2.7 ล้านคันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
รถยนต์ไฮบริดยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตนี้ โดย Toyota สามารถขายรถยนต์ไฮบริดได้ราว 2.3 ล้านคันทั่วโลกในช่วง 6 เดือนแรกของปี ซึ่งคิดเป็น 86% ของยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัท และส่งผลให้ Toyota คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ไฮบริดทั่วโลกน่าจะทะลุ 5 ล้านคันได้เป็นครั้งแรกภายในสิ้นปี 2026
มีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลให้เกิดการเติบโตนี้ ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามในอิหร่าน ได้กระตุ้นให้ผู้คนทั่วโลกหันมาซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ขณะเดียวกันในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Toyota การยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีจากรัฐบาลกลางและมาตรฐานการประหยัดน้ำมัน ได้ทำให้กระแสรถยนต์ไฟฟ้าล้วนชะลอตัวลง และกลายเป็นตัวเร่งให้คนหันมาเลือกใช้รถยนต์ไฮบริดแทน นอกจากนี้ Toyota ยังได้ปรับให้รถยนต์รุ่นยอดนิยมสองรุ่นอย่าง Camry และ RAV4 มีเฉพาะรุ่นไฮบริดเท่านั้น

ในส่วนของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) ของ Toyota ทั่วโลกก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยในช่วงครึ่งปีแรกทำยอดขายได้ 193,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 135% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ Toyota ยังคงเดินหน้าพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่สำหรับรถ EV
โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยระบุว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2027 จะสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร (621 ไมล์) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจากการทดสอบมาตรฐาน WLTP (หรือมากกว่า 800 กิโลเมตร / 500 ไมล์ ตามมาตรฐาน EPA ที่เข้มงวดกว่า)
นอกจากนี้ Toyota ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-state battery) ซึ่งคาดว่าจะสามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาต่ำกว่า 10 นาที โดยคาดว่าจะพร้อมนำมาใช้งานในช่วงปี 2027 ถึง 2028 หากประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการผลิต
ทั้งนี้ ผู้บริหารของ Toyota ยอมรับในการรายงานผลประกอบการว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของบริษัทยังต้องปรับปรุงและพัฒนารูปแบบอีกมาก เพื่อให้สามารถแข่งขันกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยจากประเทศจีนได้
ที่มา insideevs
