ใน , ,

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ของ Tesla ถูกใช้งานจริงครั้งแรก แต่เกิดจากความพลั้งเผลอ เสี่ยงจ่ายค่าซ่อมเฉียด 8.5 แสนบาท!

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ของ Tesla ที่ออกแบบมาเพื่อปลดล็อกหัวชาร์จ Supercharger และขับหนีได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ถูกบันทึกภาพการใช้งานจริงบนท้องถนนเป็นครั้งแรกในเมือง Austin สหรัฐอเมริกา แต่กลับเกิดจากความไม่ตั้งใจของผู้ขับขี่ ซึ่งอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายสูงถึง 25,000 ดอลลาร์ (ราว 8.5 แสนบาท)

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ของ Tesla ถูกใช้งานจริงครั้งแรก แต่เกิดจากความพลั้งเผลอ เสี่ยงจ่ายค่าซ่อมเฉียด 8.5 แสนบาท!

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ที่ Tesla ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเพื่อมอบทางเลือกที่ปลอดภัยให้แก่เจ้าของรถในการอพยพออกจากพื้นที่หากตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ได้ถูกนำมาใช้งานจริงในโลกภายนอกเป็นครั้งแรก

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ของ Tesla ถูกใช้งานจริงครั้งแรก แต่เกิดจากความพลั้งเผลอ เสี่ยงจ่ายค่าซ่อมเฉียด 8.5 แสนบาท!

โดยคลิปวิดีโอจากผู้ใช้ชื่อ u/Joshalander บนชุมชน r/TeslaLounge ใน Reddit ได้บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวจากกล้องหน้ารถของเขา พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมือง Austin ในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน F1

ผู้บันทึกคลิประบุว่ากำลังชาร์จไฟช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ก่อนจะเดินทางไปชมการแข่งขัน F1 จากนั้นได้ยินเสียงดังป๊อป เมื่อหันไปดูก็พบว่าฟังก์ชัน Emergency Drive Away กำลังทำงาน

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ของ Tesla ถูกใช้งานจริงครั้งแรก แต่เกิดจากความพลั้งเผลอ เสี่ยงจ่ายค่าซ่อมเฉียด 8.5 แสนบาท!

ซึ่งผู้ขับขี่คันดังกล่าวน่าจะเผลอเปิดใช้งานระบบโดยไม่ได้ตั้งใจก่อนจะขับเดินหน้าออกไป ส่งผลให้หัวชาร์จ Supercharger ถูกกระชากติดไปกับตัวรถด้วย โดยคาดว่าผู้ขับขี่อาจอยู่ในอาการเหนื่อยล้าและอ่านข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอเพียงครึ่งๆ กลางๆ เท่านั้น

สำหรับระบบ Emergency Drive Away จะทำการปลดล็อกหัวต่อ Supercharger ออกจากตัวรถเพื่อเปิดทางให้ขับออกไปได้ทันที แต่กระบวนการดังกล่าวจะสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งตัวรถและแท่นชาร์จ Supercharger

ฟังก์ชัน Emergency Drive Away ของ Tesla ถูกใช้งานจริงครั้งแรก แต่เกิดจากความพลั้งเผลอ เสี่ยงจ่ายค่าซ่อมเฉียด 8.5 แสนบาท!

โดยทาง Tesla เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมให้อุปกรณ์ทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์ตามปกติอาจสูงถึง 25,000 ดอลลาร์ (ราว 8.5 แสนบาท) และหากไม่ได้เป็นการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินจริง ผู้ขับขี่ที่เป็นคนเปิดใช้งานระบบจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมดด้วยตนเอง

ทั้งนี้ Tesla ได้กำหนดเกณฑ์สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีเหตุผลอันสมควรในการเปิดใช้งานระบบไว้ ได้แก่ การเผชิญกับภัยคุกคามต่อชีวิตหรือความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างกระชั้นชิด การจำเป็นต้องออกจากพื้นที่ในทันที การลงจากรถไม่ปลอดภัย หรือการปลดสายชาร์จด้วยวิธีปกติจะทำให้การเดินทางล่าช้าเกินควรจนเสี่ยงต่อความปลอดภัย ซึ่งหลังจากเปิดใช้ฟังก์ชันดังกล่าวแล้ว ทาง Tesla กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องนัดหมายศูนย์บริการ Service เพื่อนำรถเข้าตรวจเช็กสภาพทันที

ที่มา: TESLARATI

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.