แบรนด์ Jetour ในเครือ Chery เปิดตัวซีรีส์ SUV ทรงกล่อง Jetour T1 ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2026 ทำตลาดในชื่อ Freedom 7 และ Freedom 7 Plus C-DM เสริมทัพด้วยรุ่นเริ่มต้นขับเคลื่อนล้อหน้าเครื่องยนต์ 1.5T ในราคาโปรโมชันนำรถเก่ามาแลกเริ่มต้น 89,900 หยวน (ราว 4.5 แสนบาท) พร้อมรุ่นปลั๊กอินไฮบริดวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 150 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
เปิดตัว Chery Jetour T1 (Freedom 7) ในจีน เคาะเริ่มต้นราว 4.5 แสนบาท พร้อมรุ่น PHEV วิ่งไฟฟ้าล้วน 150 กม. ติดตั้ง AI DeepSeek
แบรนด์ Jetour ในเครือ Chery เปิดตัวซีรีส์ SUV ทรงกล่อง Jetour T1 ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2026 โดยทำตลาดในประเทศภายใต้ชื่อ Freedom 7 และ Freedom 7 Plus C-DM มีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์สันดาป 1.5T ขับเคลื่อนล้อหน้า รุ่น 2.0T ขับเคลื่อนสี่ล้อ และรุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

รวมทั้งหมดแบ่งเป็นรุ่น 1.5T จำนวน 4 รุ่นย่อย รุ่น 2.0T Plus จำนวน 2 รุ่นย่อย และรุ่น Plus C-DM จำนวน 3 รุ่นย่อย โดยรุ่นเริ่มต้น 1.5T มีราคาพิเศษช่วงโปรโมชันนำรถเก่ามาแลกเริ่มต้นที่ 89,900 หยวน (ราว 4.5 แสนบาท) จากเดิมที่ Jetour T1 เคยเปิดพรีเซลในรุ่น 2.0T AWD เมื่อเดือน ก.พ. 2025 ด้วยราคาเริ่มต้น 129,900 หยวน (ราว 6.5 แสนบาท)

ในส่วนของมิติตัวถัง รุ่นมาตรฐานของ T1 มีความยาว 4,749 มม. กว้าง 1,967 มม. สูง 1,840 มม. ระยะฐานล้อ 2,800 มม. ระยะความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. และสามารถลุยน้ำได้ลึก 600 มม.

ขณะที่รุ่น Plus จะมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,796 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,810 มม. ซึ่งยาวกว่ารุ่นมาตรฐาน 10 มม. ส่วนความกว้างและความสูงยังเท่าเดิม ด้านระยะความสูงใต้ท้องรถของรุ่น Plus เพิ่มเป็น 200 มม. และลุยน้ำได้ลึก 700 มม.
ทั้งนี้ ฝาท้ายเปิดออกแบบบานพับด้านข้างมาพร้อมกล่องเก็บสัมภาระภายนอกความจุ 13 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะขยายความยาวพื้นที่บรรทุกสัมภาระสูงสุดถึง 1,940 มม.
ด้านขุมพลังมีให้เลือก 3 รูปแบบ เริ่มต้นที่รุ่น T1 ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5TGDI ให้กำลังสูงสุด 135 kW (181 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่แบบเปียก 7 สปีด (7DCT) ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมันเบนซินออกเทน 92
ถัดมาเป็นรุ่น T1 Plus ใช้เครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลังสูงสุด 187 kW (251 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมระบบ XWD จาก BorgWarner ฟังก์ชัน Crawl Control และโหมดการขับขี่หลากหลายรูปแบบ

สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด T1 Plus C-DM ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5T กำลัง 115 kW (154 แรงม้า) แรงบิด 220 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ Dedicated Hybrid Transmission (DHT) 1 สปีด ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 26.6 kWh ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 150 กม. ตามมาตรฐาน CLTC และมีระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,300 กม. (เทียบเท่าประมาณ 1,065 กม. ตามมาตรฐาน WLTP)
มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักอยู่ที่ 1.08 ลิตร/100 กม. และอัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่หมดอยู่ที่ 5.89 ลิตร/100 กม. นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชันจ่ายกระแสไฟฟ้าสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L) กำลังไฟ 2.2 kW สำหรับภายในห้องโดยสาร และ 6.6 kW สำหรับภายนอกตัวรถ

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสส่วนกลางความละเอียด 2.5K ขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Tour OS ของ Chery โดยรุ่นเริ่มต้นใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 ส่วนรุ่น Plus อัปเกรดเป็น Snapdragon 8255 พร้อมติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ Large Language Model จาก DeepSeek และ iFlytek Spark เพื่อรองรับการสั่งการด้วยเสียงและการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ


ด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ รุ่นท็อปของ Plus ติดตั้งแพ็กเกจ Falcon 500 ของ Chery ซึ่งรองรับระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง Navigation on Autopilot (NOA), ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ขณะที่รุ่นย่อยอื่นจะติดตั้งระบบช่วยขับขี่ระดับ Level 2 ขั้นพื้นฐาน

ทั้งนี้ Jetour T1 ได้เริ่มทำตลาดในต่างประเทศแล้ว เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจำหน่ายควบคู่ไปกับรุ่นพี่อย่าง Jetour T2 หรือ Traveller โดยทาง Jetour เปิดเผยว่าตระกูล SUV ทรงกล่องมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกทะลุ 840,000 คันแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยอดของซีรีส์ T1 มากกว่า 222,000 คัน
ที่มา: CarNewsChina
