ค่ายรถยนต์จากประเทศจีนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในตลาดยุโรป ด้วยการทำยอดขายแซงหน้าแบรนด์ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกตลอดทั้งไตรมาส โดยกวาดส่วนแบ่งตลาดในเดือน ก.ย. ไปได้ถึง 12.7% แซงหน้าคู่แข่งจากแดนปลาดิบที่ทำได้ 11.9% นำทัพโดยกลุ่มรถยนต์ขุมพลังไฮบริด
ประวัติศาสตร์ใหม่! ค่ายรถจีนทำยอดขายแซงหน้าญี่ปุ่นในยุโรปเป็นครั้งแรก ครองส่วนแบ่ง 12.7%
บริษัทวิจัยตลาด Dataforce เปิดเผยข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ในยุโรปประจำเดือน ก.ย. พบว่ายอดจดทะเบียนของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนเติบโตขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้ครองส่วนแบ่งยอดขายทั่วทั้งภูมิภาคไปถึง 12.7% ซึ่งนำทัพโดยรถยนต์กลุ่มไฮบริด ตัวเลขดังกล่าวทำให้ค่ายรถจีนสามารถแซงหน้าผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota Motor ที่ทำส่วนแบ่งไปได้ 11.9% ถือเป็นการแซงหน้าคู่แข่งจากญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกตลอดทั้งไตรมาส

แม้ว่าผู้ผลิตท้องถิ่นของยุโรปอย่าง Volkswagen หรือ Renault จะยังคงครองตลาดส่วนใหญ่เอาไว้ได้ แต่อัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์จีนกลับสร้างความน่าประหลาดใจอย่างมาก เนื่องจากเมื่อ 5 ปีก่อน รถยนต์แบรนด์จีนมีส่วนแบ่งยอดขายในยุโรปไม่ถึง 1% เท่านั้น แตกต่างจากผู้ผลิตญี่ปุ่นที่ใช้เวลาสร้างฐานตลาดยาวนานหลายทศวรรษ
ไม่ว่าจะเป็น Toyota ที่ทำตลาดยุโรปมาตั้งแต่ปี 1963 และมีโรงงานหลายแห่งในปัจจุบัน หรือ Nissan Motor ที่ผลิตรถยนต์ในโรงงาน Sunderland สหราชอาณาจักร มาตั้งแต่ปี 1986 โดยรถยนต์จากจีนประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหราชอาณาจักร ซึ่ง SUV รุ่น Jaecoo 7 ของ Chery สามารถทำยอดขายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของประเทศได้ทั้งในเดือน มี.ค. และ ก.ย.

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ผลิตในยุโรป เนื่องจากผู้ขับขี่ในจีนเริ่มหันหลังให้กับ VW และ BMW ในตลาดบ้านเกิด เพื่อไปเลือกรถยนต์แบรนด์ท้องถิ่นที่เปิดตัวรุ่นใหม่ได้เร็วกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่า ประกอบกับความต้องการซื้อในจีนที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ BYD และแบรนด์อื่น ๆ ต้องเร่งขยายตลาดส่งออก
ทั้งนี้ในงาน Paris car show เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา Chery, BYD และ Zeekr ของ Geely ได้นำทัพรถยนต์รุ่นใหม่มาจัดแสดงหลายรุ่น รวมถึงรถยนต์ราคาย่อมเยาอย่าง BYD Dolphin G DM-i ซึ่งเป็นปลั๊กอินไฮบริดขนาดกะทัดรัดที่พัฒนาขึ้นเพื่อตลาดยุโรปโดยเฉพาะ นอกจากนี้ การส่งรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ยุโรปยังสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) พยายามสกัดการเติบโตที่ได้รับแรงหนุนจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลจีน โดยหลังจากประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่เพิ่มเติมแล้ว ล่าสุดในเดือนนี้ EU ยังเห็นชอบในหลักการที่จะควบคุมการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากจีนอีกด้วย ซึ่งท่ามกลางกระแสคาดการณ์เรื่องมาตรการกีดกันในอนาคต ทำให้การส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนยิ่งเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ EU ยังอยู่ระหว่างการพิจารณากฎเกณฑ์ใหม่ที่จะเอื้อประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่รถยนต์ที่ผลิตในภูมิภาค โดยมีข้อเสนอเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ทางภาษีของรถยนต์ประจำตำแหน่งกับการผลิตในยุโรป ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในตลาดที่มีสัดส่วนผู้ซื้อระดับองค์กรสูงอย่างเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตอย่าง Mercedes-Benz Group แม้จะเห็นชอบกับแรงสนับสนุนทางการเมือง แต่ได้เตือนว่ามาตรการดังกล่าวอาจบิดเบือนห่วงโซ่อุปทานระดับโลกและดันต้นทุนให้สูงขึ้น ทั้งยังส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างสหราชอาณาจักร ตุรกี และโมร็อกโก ที่ส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนเข้าสู่ EU
อย่างไรก็ดี บรรดาผู้ผลิตสัญชาติจีนได้เตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งโรงงานในยุโรปไว้แล้ว โดย Chery กำลังเตรียมการผลิตในเมืองบาร์เซโลนา ขณะที่ BYD ใกล้จะก่อสร้างโรงงานผลิตในฮังการีเสร็จสมบูรณ์ ส่วน Zhejiang Leapmotor Technology ได้เริ่มต้นเดินสายการผลิต Leapmotor B10 รถยนต์ SUV ที่โรงงานของ Stellantis ในเมืองซาราโกซา ประเทศสเปน ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา: japantimes
