เราคงเคยเห็นข่าวที่น่ากลัวเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เสื่อมสภาพ จนเจ้าของต้องแบกรับค่าซ่อมมหาศาลซึ่งอาจสูงกว่า 10,000 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 340,000 – 360,000 บาท) แม้ว่าการระมัดระวังในการซื้อรถ EV มือสองจะเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะเมื่อเจอข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง แต่ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า โดยรวมแล้วแบตเตอรี่รถ EV มือสองนั้นมีสภาพสมบูรณ์กว่าที่เราคิด
ซื้อรถ EV มือสองคุ้มไหม? สถิติชี้แบตเตอรี่รถไฟฟ้าทนทานกว่าที่คิด ใช้งาน 10 ปีสุขภาพยังดี
Generational บริษัทจากอังกฤษที่เชี่ยวชาญด้านการประเมินสุขภาพแบตเตอรี่ EV ได้เก็บข้อมูลจากรถกว่า 8,000 คันในปี 2025 พบว่ารถส่วนใหญ่ยังมีแบตเตอรี่ที่แข็งแรงและมีความจุใกล้เคียงกับของใหม่ ทางบริษัทระบุในรายงานว่า “การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ไม่ใช่ความเสี่ยงในระดับระบบอย่างที่เคยกลัวกัน
ข้อมูลจากการใช้งานจริงแสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ส่วนใหญ่ทำงานได้ดีเกินเกณฑ์การรับประกัน แม้จะมีอายุการใช้งานนานหรือวิ่งมาเยอะก็ตาม” แถมยังเสริมว่าในหลายกรณี แบตเตอรี่อาจมีอายุยืนยาวกว่าตัวรถเสียอีก

คะแนนสุขภาพแบตเตอรี่เฉลี่ยนั้นสูงจนน่าตกใจที่ 95.15% โดยการศึกษานี้ครอบคลุมรถ EV กว่า 8,000 คัน จาก 36 แบรนด์ ตั้งแต่รถใหม่ไม่ถึงปีไปจนถึงรถอายุ 12 ปี และบางคันวิ่งมาแล้วกว่า 160,000 ไมล์ (ประมาณ 257,000 กิโลเมตร) แม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะเน้นไปที่รถอายุไม่เกิน 5 ปี ซึ่งส่งผลให้ค่าเฉลี่ยดูสูง แต่เมื่อดูเจาะลึกตามอายุรถ ก็พบว่ารถรุ่นเก่าก็ยังมีสภาพแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างดี
หากดูตามช่วงอายุ ค่าเฉลี่ยสุขภาพแบตเตอรี่ของรถอายุ 2-3 ปี อยู่ที่ 96.94% และลดลงเหลือ 95.17% ในกลุ่มรถ 3-4 ปี ส่วนกลุ่มที่เก่าที่สุดคือ 8-12 ปี ค่าเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 85.04% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีรถบางคันที่สภาพแย่ แต่รถรุ่นเก่าส่วนใหญ่ยังมีแบตเตอรี่ที่สุขภาพดีพอที่จะดึงค่าเฉลี่ยให้สูงไว้ได้ อย่างไรก็ตาม Generational ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อรถเก่าขึ้น ความแตกต่างของสภาพแบตเตอรี่จะเริ่มกว้างขึ้น โดยกลุ่มที่แย่ที่สุด 1% ของรถอายุ 4-5 ปี มีความจุเหลือเพียง 80% เท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ “ระยะทางที่วิ่ง” ไม่ใช่ตัวบ่งชี้สุขภาพแบตเตอรี่ที่แม่นยำเสมอไป รถ EV ที่วิ่งเกิน 100,000 ไมล์ (ประมาณ 160,000 กิโลเมตร) หลายคันยังมีแบตเตอรี่เหลืออยู่ถึง 88-95%
ตัวอย่างเช่น Tesla Model 3 ปี 2019 คันหนึ่งที่วิ่งไปแล้วกว่า 180,000 กิโลเมตร มีแบตเตอรี่เหลือ 79% ซึ่งเสื่อมเร็วกว่าปกติเพราะผ่านการชาร์จเร็ว (Fast Charge) บ่อยครั้งและใช้งานในสภาพอากาศหนาวจัด
บทสรุปของ Generational คือเราควรมีการทดสอบสุขภาพแบตเตอรี่ที่แพร่หลายมากขึ้น เพื่อสร้างความโปร่งใสในการซื้อขายรถมือสอง เพราะรถสองคันที่ดูภายนอกเหมือนกัน อาจมีสภาพแบตเตอรี่ต่างกันมากตามลักษณะการใช้งาน แต่ข้อมูลนี้ก็ยืนยันได้ว่า หากคุณกำลังมองหารถ EV มือสอง (โดยเฉพาะรถอายุไม่กี่ปี) คุณอาจไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมมากอย่างที่คิด
ที่มา insideevs
