Tesla ได้รับชื่อเสียงว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในโลกแบรนด์หนึ่ง แต่บริษัทไม่ได้หยุดเพียงแค่การคว้าคะแนนเต็มจากการทดสอบเท่านั้น ล่าสุด Model Y เพิ่งกลายเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ผ่านการทดสอบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงแบบใหม่ของ NHTSA แต่ Tesla ยังใช้ความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์เพื่อไปให้ไกลกว่านั้น ด้วยการใช้ระบบ Tesla Vision ทำให้รถรุ่นใหม่ ๆ สามารถกางถุงลมนิรภัยได้เร็วขึ้นกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 70 มิลลิวินาที ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้มากขึ้น
ไม่ต้องรอให้ชน! Tesla Vision ใช้ AI สั่งกางถุงลมล่วงหน้า เร็วกว่าเดิม 70 มิลลิวินาที
ในการชนที่ความเร็วสูง ทุกเศษเสี้ยววินาทีมีความหมาย รถยนต์ทั่วไปจะพึ่งพาเซนเซอร์แรงกระแทก (Accelerometers) ที่ติดตั้งอยู่ที่กันชนและโครงรถเพื่อตรวจจับการชน ปัญหาคือเซนเซอร์เหล่านี้ต้องรอให้เกิดการกระแทกจริงๆ ก่อน จึงจะส่งสัญญาณให้ถุงลมนิรภัยทำงาน ซึ่งเมื่อถึงตอนที่ระบบมั่นใจว่าเกิดการชนขึ้นจริงๆ ร่างกายของผู้โดยสารก็มักจะเริ่มพุ่งไปข้างหน้าแล้ว

ระบบกางถุงลมนิรภัยด้วย Tesla Vision จึงเข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยการมองไปข้างหน้า จากโพสต์ใน X ทางการของ Tesla ระบุว่า “Tesla Vision ช่วยให้เราสั่งกางถุงลมนิรภัยได้เร็วขึ้นสูงสุด 70 มิลลิวินาที หากรถตรวจพบว่าการชนนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้” เวลาที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยให้ถุงลมนิรภัยเริ่มพองตัวและสายเข็มขัดนิรภัยดึงกลับได้ทันทีก่อนที่ตัวคนจะขยับออกจากตำแหน่งเดิม ซึ่ง Tesla ย้ำว่า “นี่คือจุดตัดสินระหว่างการบาดเจ็บสาหัสกับการเดินลงจากรถได้ตามปกติ”

สิ่งที่ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้คือจำนวนรถ Tesla มหาศาลบนท้องถนน บริษัทรถยนต์ทั่วไปมักออกแบบระบบความปลอดภัยจากการทดสอบการชนตามกฎระเบียบไม่กี่สิบครั้งในห้องแล็บ แต่ Tesla วิเคราะห์ข้อมูลจากระยะทางนับล้านไมล์ในโลกจริง Wes Morrill วิศวกรหลักของ Cybertruck อธิบายว่าบริษัทใช้ “แบบจำลองร่างกายมนุษย์” ในการจำลองสถานการณ์เพื่อจำลองเหตุการณ์ชนที่เกิดขึ้นจริงจากรถในระบบ

Morrill อธิบายเพิ่มเติมว่า เซนเซอร์แบบเดิมต้องมี “ตัวกรอง” เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงลมนิรภัยกางโดยไม่จำเป็น (เช่น เวลาขับตกหลุม) แต่เมื่อใช้ Tesla Vision ร่วมด้วย รถจะเห็นการพุ่งชนที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ระบบมีความมั่นใจในการลดตัวกรองนั้นลงและสั่งการได้เร็วขึ้น ด้าน Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ก็กล่าวเสริมว่า “Tesla AI Vision จะสั่งกางถุงลมนิรภัยก่อนการปะทะ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้อย่างมาก”

ความปลอดภัยที่พัฒนาผ่านซอฟต์แวร์
ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับรถใหม่เท่านั้น Tesla ได้ส่งฟีเจอร์นี้ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย (Over-the-Air – OTA) ให้กับรถส่วนใหญ่ที่รองรับ โดยเริ่มใช้ในซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 2025.32.3 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปัจจุบันรองรับใน Model 3 และ Model Y รุ่นปี 2023 ขึ้นไป รวมถึง Model S และ X รุ่นปี 2022 ขึ้นไป (รวมถึงรุ่นปี 2026 ด้วย)
แม้ว่ารถ Tesla รุ่นเก่าไม่รองรับระบบ Vision เต็มรูปแบบ แต่ในปี 2021 Tesla ก็เคยใช้ข้อมูลจากผู้ใช้งานเพื่ออัปเกรดระบบตรวจจับการชนด้านข้างให้ดีขึ้นผ่านซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 2021.36 มาแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องหายากในโลกยานยนต์ที่รถอายุ 5 ปีจะปลอดภัยขึ้นกว่าวันที่ซื้อมาด้วยการอัปเดตเพียงครั้งเดียว
ที่มา notateslaapp
