ใน

Tesla จับมือ Sunrun ปฏิวัติโครงข่ายไฟฟ้า สร้างโรงไฟฟ้าเสมือน 16 GW ป้อนไฟให้ Data Center ทั่วสหรัฐฯ

ท่ามกลางกระแสการเติบโตของ AI ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลเพื่อขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานสะอาดอย่าง Tesla และ Sunrun จึงจับมือกันสร้างทางออกใหม่ด้วยการเปลี่ยน ‘บ้านเรือน’ ให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าเสมือนขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ

Tesla จับมือ Sunrun ปฏิวัติโครงข่ายไฟฟ้า สร้างโรงไฟฟ้าเสมือน 16 GW ป้อนไฟให้ Data Center ทั่วสหรัฐฯ

Sunrun, Tesla และ Renew Home ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการรวบรวมพลังงานจากแบตเตอรี่ในบ้าน เทอร์โมสแตทอัจฉริยะ และอุปกรณ์อื่นๆ รวมกว่า 16 กิกะวัตต์ เพื่อสร้างสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “โรงไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์” (Distributed Power Plant) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก Data Center ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Sunrun (RUN) พุ่งสูงขึ้นถึง 26% ในวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนมองว่าบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัยรายนี้จะสามารถเปลี่ยนวิกฤตการขาดแคลนพลังงานจาก AI ให้เป็นรายได้ที่มั่นคงได้

โครงสร้างของโรงไฟฟ้าเสมือนขนาด 16 กิกะวัตต์นี้ เกิดจากการนำความสามารถในการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ในบ้านหลายแสนเครื่องของ Sunrun และ Tesla มารวมกับความยืดหยุ่นในการจัดการพลังงานจากเทอร์โมสแตทอัจฉริยะกว่า 8 ล้านเครื่องของ Renew Home

ทั้งสามบริษัทเชื่อว่าพวกเขาสามารถบริหารจัดการพลังงานได้ถึง 16.8 กิกะวัตต์ ในตลาดไฟฟ้าส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ โดยนำเสนอเป็นบริการรูปแบบ “Capacity-as-a-solution” ซึ่ง Data Center และบริษัทสาธารณูปโภคสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือใช้ที่ดินเพิ่มเติม

จุดเด่นสำคัญคือ “ความเร็ว” โดยบริษัทระบุว่าสามารถเริ่มใช้งานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ในขณะที่การสร้างสายส่งไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้าก๊าซแบบเดิมต้องใช้เวลาในการขออนุญาตและก่อสร้างนานกว่ามาก ความร่วมมือนี้เป็นก้าวต่อไปของพันธมิตรที่เคยร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ในรัฐเท็กซัส และโครงการโรงไฟฟ้าเสมือนในแคลิฟอร์เนีย

ในพื้นที่ “Data Center Alley” รัฐเวอร์จิเนีย บริษัทระบุว่ามีความพร้อมจ่ายไฟแล้วกว่า 300 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังมีการเสนอแผนต่อ PJM (ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้า) ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ อาจช่วยปลดล็อกพลังงานได้มากกว่า 1 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงสุด

ปัจจัยสำคัญคือความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะสูงถึง 41 กิกะวัตต์ในปี 2026 และ 66 กิกะวัตต์ในปี 2027 โดย Mary Powell ซีอีโอของ Sunrun กล่าวว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมไม่สามารถรองรับนวัตกรรมในปี 2026 ได้ และเมื่อ Data Center จำเป็นต้องลดการทำงานในช่วงเวลาที่ไฟฟ้ามีราคาสูง เราสามารถเปิดใช้งานโรงไฟฟ้าเสมือนเพื่อจ่ายไฟที่จำเป็นได้

ในด้านความคุ้มค่า รายงานจาก The Brattle Group ระบุว่าการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยลดค่าไฟฟ้าของชาวอเมริกันได้ถึง 110,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 170,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.05 ล้านล้าน ถึง 6.25 ล้านล้านบาท) ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่สิ้นเปลือง Ben Brown

ซีอีโอของ Renew Home กล่าวว่าบริษัทมุ่งหวังที่จะลดต้นทุนผ่านการเปลี่ยนผ่านนี้ ส่วน Colby Hastings จาก Tesla เสริมว่าพลังงานจำนวนมหาศาลนี้มีอยู่ในบ้านของผู้คนอยู่แล้ว ผ่านแบตเตอรี่ เทอร์โมสแตท และรถยนต์ไฟฟ้า เพียงแค่รอการนำมาใช้งานเท่านั้น

ที่มา electrek

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.