ใน ,

ไม่ใช่แค่รถตู้ไฟฟ้า! CEO Li Auto ชู Mega Gen 2 คือจุดเปลี่ยนวงการ เทียบชั้น iPhone รุ่นแรก

Li Xiang ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Li Auto ได้เปรียบเทียบรถตู้ไฟฟ้า Mega รุ่นที่สอง (Gen 2) กับ iPhone รุ่นแรก พร้อมกล่าวว่าตลาดรถยนต์กลุ่ม MPV ได้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญแล้ว โดยรถรุ่นใหม่นี้เตรียมเปิดวางจำหน่ายในวันที่ 2 กันยายนนี้ มาพร้อมเทคโนโลยีเลี้ยวล้อหลัง, ระบบช่วงล่างแบบ Active Suspension และเซนเซอร์ LiDAR ถึง 4 ตัว

ไม่ใช่แค่รถตู้ไฟฟ้า! CEO Li Auto ชู Mega Gen 2 คือจุดเปลี่ยนวงการ เทียบชั้น iPhone รุ่นแรก

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม Li Xiang ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีทางการบนแพลตฟอร์ม Weibo โดยผู้บริหารระดับสูงรายนี้ระบุว่า รถมินิแวนเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม ๆ มักใช้ระบบช่วงล่างที่อาจจะไม่ดีนัก ส่งผลให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ไม่ค่อยดี

อย่างไรก็ตาม Mega รุ่นใหม่นี้จะนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยข้อได้เปรียบจากโครงสร้างสถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV)

Mega MPV เจเนอเรชันที่สอง มาพร้อมระบบช่วงล่าง Active Suspension แรงดันไฟฟ้า 800V, ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าไร้สายเชื่อมต่อเชิงกล (Steer-by-wire) และระบบเลี้ยวล้อหลัง โดยเทคโนโลยีเหล็กกันโคลงไฟฟ้า 800V จะช่วยให้การขับขี่สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น

อีกทั้งระบบ Steer-by-wire ร่วมกับระบบเลี้ยวล้อหลัง ยังช่วยให้ Mega รุ่นใหม่นี้มีความคล่องตัวเทียบเท่ากับรถเอสยูวีครอสโอเวอร์อย่าง Li Auto L6 และ i6 ซึ่งหมายความว่ารถตู้คันนี้อาจมีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียงราวๆ 5.8 เมตรเท่านั้น

Li Xiang กล่าวเสริมว่า บริษัทของเขาได้สร้างนิยามใหม่ให้กับตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งคล้ายกับการปฏิวัติวงการของ iPhone ที่เคยทำไว้กับ Nokia โดยเขาคาดหวังว่า Mega รุ่นใหม่จะสร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมตลาด MPV ได้แบบเดียวกับที่ iPhone เคยทำสำเร็จในวงการสมาร์ตโฟน

ข้อความดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจาก Mega รุ่นแรกที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งไม่ได้ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ โดยมียอดส่งมอบสะสมอยู่ที่ 32,508 คัน (ตามข้อมูลจาก China EV DataTracker)

นอกจากนี้ยังเคยถูกเรียกเคลม (Recall) รถกว่า 11,000 คันทั่วประเทศจีน ทั้งนี้ Li Mega รุ่นแรกในปัจจุบันมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 529,800 ถึง 559,800 หยวน (ประมาณ 2,540,000 – 2,680,000 บาท)

สำหรับ Mega รุ่นใหม่ ยังคงรักษาเอกลักษณ์งานดีไซน์ภายนอกเดิมไว้ แต่มีการปรับรายละเอียดเล็กน้อย เช่น มือจับเปิดประตูแบบกึ่งซ่อนรูป มิติตัวถังมีความยาว 5,355 มม. ความกว้าง 1,965 มม. ความสูง 1,850 มม. และระยะฐานล้อ 3,300 มม.

ภายในห้องโดยสารรองรับ 7 ที่นั่ง จัดวางแบบ 2+2+3 ด้านขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่แบบ AWD ให้กำลังสูงสุด 413 kW (553 แรงม้า) พร้อมแบตเตอรี่ Ternary NMC ขนาด 108 kWh จาก CATL ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 710 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) อีกทั้งยังติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR 4 ตัว และชิปประมวลผล Mach M100 ที่พัฒนาขึ้นเอง 2 ตัว ให้พลังประมวลผลสูงถึง 2,560 TOPS

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.