BYD เริ่มปล่อยภาพทีเซอร์ของ Seagull เจเนอเรชันที่ 2 โดยได้เผยภาพสเก็ตช์ดีไซน์ของรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นนี้ เพื่อเตรียมปรับโฉมครั้งใหญ่ ท่ามกลางแรงกดดันจากยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
เผยโฉมภาพสเก็ตช์ BYD Seagull เจเนอเรชัน 2 ตัวถังใหญ่ขึ้น 5 ที่นั่ง มอเตอร์แรงแตะ 127 แรงม้า จ่อเปิดตัวปีนี้
Zhang Zhuo ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ocean ของ BYD ได้แชร์ภาพสเก็ตช์ดังกล่าวลงบน Weibo เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า รถรุ่นนี้มาพร้อมกับ “การปรับเส้นสายและพื้นผิวตัวถังใหม่หมดจด” โดยจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามมาในเร็ว ๆ นี้

ภาพทีเซอร์ดังกล่าวช่วยยืนยันว่า รถยนต์รุ่นที่เคยถูกเรียกว่า “Big Seagull” จะใช้ชื่อทางการว่า Seagull เจเนอเรชันที่ 2 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญ ได้แก่ ตัวถังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น งานดีไซน์ที่ทันสมัย และพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Zhang เคยให้สัมภาษณ์ในเดือนสิงหาคมว่า “Big Seagull” มีแผนจะเปิดตัวภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การปล่อยภาพสเก็ตช์ดีไซน์ในครั้งนี้ยังไม่ได้เปิดเผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือราคาจำหน่ายแต่อย่างใด

จากภาพสเก็ตช์เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมไฟหน้าสไตล์สามง่าม (Trident) ขณะที่แนวเส้นสาย Beltline ด้านข้างที่ยกสูงขึ้น ผสานกับหลังคาแบบ Floating Roof ทำให้ Seagull เจเนอเรชันที่ 2 มีรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น
ตามข้อมูลการยื่นขอจดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวรถมีความยาว 4,205 มม. ความกว้าง 1,810 มม. ความสูง 1,570 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม.

เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า Seagull เจเนอเรชันที่ 2 มีความยาวเพิ่มขึ้นถึง 425 มม. และระยะฐานล้อยาวขึ้น 150 มม. พร้อมขยายความจุห้องโดยสารจาก 4 ที่นั่ง เป็น 5 ที่นั่ง ส่งผลให้มิติตัวถังมีขนาดขยับเข้าใกล้รุ่น Dolphin มากยิ่งขึ้น
BYD ได้ยื่นขอจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ไว้ 2 รุ่นย่อย โดยทั้งคู่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet ให้กำลังสูงสุด 95 kW (127 แรงม้า) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าที่มีกำลัง 55 kW
ทั้งสองรุ่นย่อยใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอเอิร์นฟอสเฟต (LFP) โดยมี 1 รุ่นย่อยที่มาพร้อมออปชันเสริมอย่างเซนเซอร์ LiDAR รวมถึงเรดาร์ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง เพื่อรองรับการทำงานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ BYD เคยเปิดตัวออปชัน LiDAR ในรุ่น 2026 Seagull ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งมาพร้อมระบบ “God’s Eye B” เพื่อรองรับระบบนำทางและช่วยขับขี่อัตโนมัติสำหรับการใช้งานในเขตเมือง
Seagull ถือเป็นหนึ่งในรุ่นเรือธงที่สร้างยอดขายหลักให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ocean ของ BYD โดยรุ่นปัจจุบันวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 69,900 ถึง 85,900 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 347,000 – 427,000 บาท)
ข้อมูลที่รวบรวมโดย CnEVPost ระบุว่า ในปี 2025 Seagull ทำยอดขายได้ 529,537 คัน และมียอดขายสะสมนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2023 จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้ทะลุ 1.5 ล้านคันแล้ว
ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Seagull ทำยอดขายแตะ 36,106 คัน เพิ่มขึ้น 5.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 29.08% จากเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการหยุดสถิติยอดขายที่ลดลงต่อเนื่องแบบปีต่อปีนานถึง 12 เดือนติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ยอดขายสะสมรวมช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 227,251 คัน ซึ่งยังคงลดลง 37.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
