ใน

หลุดคันจริง! BYD Great Seagull ติด LiDAR บนหลังคา อัปเกรดระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสุด ระยะฐานล้อยาว 2,650 มม.

ล่าสุดมีภาพหลุดคันจริงและรายละเอียดเพิ่มเติมของรถยนต์ไฟฟ้าทรงแฮทช์แบ็กรุ่นใหม่จาก BYD ในชื่อ Great Seagull (หรือ Da Haiou ในภาษาจีน) ปรากฏบนโลกออนไลน์ โดยรถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้อยู่กึ่งกลางระหว่าง Seagull รุ่นปัจจุบัน (ซึ่งใช้ชื่อ Dolphin Mini หรือ Surf ในบางประเทศ) กับรุ่นพี่อย่าง BYD Dolphin ซึ่งรุ่นใหม่นี้ได้รับการอัปเกรดทั้งขนาดตัวถัง เทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่

หลุดคันจริง! BYD Great Seagull ติด LiDAR บนหลังคา อัปเกรดระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสุด ระยะฐานล้อยาว 2,650 มม.

ดีไซน์ภายนอกของ Great Seagull โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบปิดทึบ เส้นสายเรขาคณิตที่เฉียบคม และชุดไฟหน้าทรงหลายเหลี่ยม พร้อมเปิดตัวด้วยเฉดสีใหม่ Ink Green

ขนาดตัวถังขยายใหญ่ขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับ Seagull รุ่นเดิม โดยมีความยาว 4,205 มม. ความกว้าง 1,810 มม. และความสูง 1,570 มม.

จุดที่น่าสนใจคือระยะฐานล้อถูกขยายเพิ่มอีก 150 มม. ส่งผลให้มีระยะฐานล้อยาวถึง 2,650 มม. ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ BYD Dolphin เลยทีเดียว

ไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR ไว้บนหลังคา ซึ่งบ่งชี้ว่าจะรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye B” (DiPilot 300) ของ BYD ระบบนี้คาดว่าจะรองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติทั้งในเมืองและบนทางหลวง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ การตรวจจับสัญญาณไฟจราจร และการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ

ส่วนภายในห้องโดยสาร มีการตัดหน้าปัดแสดงผลแบบเดิมออก แล้วเปลี่ยนมาใช้หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่เพียงจอเดียว พร้อมคอนโซลกลางที่กว้างขวาง และพวงมาลัยทรง 2 ก้านดีไซน์มินิมอล

Great Seagull ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous ให้กำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ (127 แรงม้า) ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) จาก FinDreams โดยมีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 30 kWh และ 39.2 kWh ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จระหว่าง 320 ถึง 420 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC (หรือประมาณ 259 ถึง 340 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP) ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในขณะที่ Seagull รุ่นปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นที่ 69,800 หยวน (ราว 345,000 บาท) ตัว Great Seagull ถูกวางตำแหน่งให้พรีเมียมขึ้นและมีฟีเจอร์ที่ครบครันกว่า เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการรถฟังก์ชันแน่น แต่งบประมาณจับต้องได้ง่ายกว่า BYD Dolphin เล็กน้อย

จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่าในเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา BYD มียอดส่งมอบ Seagull ในประเทศจีนไปได้ 10,103 คัน ขณะที่ BYD Dolphin มียอดส่งมอบอยู่ที่ 16,829 คัน ในช่วงเวลาเดียวกัน

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.