ใน , ,

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 แฮตช์แบ็กไฟฟ้าระดับเริ่มต้น ทำการทดสอบยางระเบิดเฉียบพลันที่ความเร็วสูงถึง 140 กม./ชม. ในจีน โดยตัวรถยังคงทรงตัวได้อย่างมั่นคงและชะลอความเร็วอย่างปลอดภัย แม้ยางหน้าขวาจะแบนลงทันที พร้อมชูจุดเด่นระบบช่วยเหลือการขับขี่และฟังก์ชันชาร์จไว

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 แฮตช์แบ็กไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ประสบความสำเร็จในการทดสอบการระเบิดของยางที่ความเร็วสูงถึง 140 กม./ชม. ในประเทศจีน โดยทาง Zhang Zhuo ผู้จัดการทั่วไปของซีรีส์ BYD Ocean ได้เผยแพร่วิดีโอการทดสอบดังกล่าว

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวรถสามารถเร่งความเร็วทางตรงแตะระดับ 140 กม./ชม. ก่อนที่อุปกรณ์ติดตั้งพิเศษจะเจาะยางล้อหน้าขวาหลายจุดพร้อมกันจนลมยางหมดในทันที

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

อย่างไรก็ตาม ตัวรถยังคงรักษาเสถียรภาพการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยมและชะลอความเร็วลงจนหยุดได้อย่างปลอดภัยโดยไม่หลุดออกจากเส้นทางวิ่ง ซึ่งระบบควบคุมการทรงตัวและการยึดเกาะถนนระดับนี้แทบไม่เคยปรากฏในกลุ่มรถยนต์ราคาประหยัดที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 65,900 หยวน (ราว 3.3 แสนบาท)

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

ก่อนหน้านี้ ระบบรักษาเสถียรภาพขั้นสูงเช่นนี้มักพบได้เฉพาะในรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมหรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดราคาแพงของจีน เช่น Leapmotor D19 ที่เคยสร้างสถิติทดสอบยางระเบิดคู่ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. แต่รถยนต์ระดับเริ่มต้นทั่วไปแทบไม่เคยได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเช่นนี้มาก่อน

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

ทั้งนี้ BYD Seagull รุ่นใหม่ยังสามารถเลือกติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ God’s Eye (DiPilot 300) ที่ทำงานร่วมกับ LiDAR รองรับระบบช่วยจอดอัตโนมัติและฟังก์ชัน Navigate On Autopilot (NOA) ทั้งบนถนนในเมืองและทางหลวง ช่วยให้รถขับเคลื่อนไปยังจุดหมายได้เองในประเทศจีน โดยผู้ขับขี่ยังคงต้องคอยเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

สำหรับมิติตัวถังของ BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 มีขนาดยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,650 มม. ซึ่งมีความยาวมากกว่า Seagull เจเนอเรชันแรก (หรือที่ทำตลาดในชื่อ Dolphin Mini, Dolphin Surf และ Atto 1) ถึง 425 มม.

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

ด้านระบบขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหลัง (RWD) มีมอเตอร์ไฟฟ้าให้เลือก 2 รูปแบบกำลัง ได้แก่ 85 kW (114 แรงม้า) และ 95 kW (127 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ชนิด LFP ขนาดความจุ 30.1 kWh และ 39.2 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 320 – 420 กม. (มาตรฐาน CLTC) รวมถึงรองรับระบบ Flash Charging ที่ชาร์จจาก 10% ถึง 97% ได้ภายใน 9 นาที

เอาเรื่อง! BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ผ่านการทดสอบยางระเบิดที่ความเร็ว 140 กม./ชม. นิ่งสนิท

นอกจากนี้ ห้องโดยสารภายในยังติดตั้งหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วที่ทำหน้าที่เป็นทั้งแผงหน้าปัดและจอกลาง พร้อมแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายกำลังไฟ 50W ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Lighting 127 สี ลำโพง 8 ตำแหน่ง เบาะนั่งคนขับพร้อมฟังก์ชันนวด และมีที่เก็บสัมภาระด้านหน้าความจุ 94 ลิตร โดย BYD Seagull รุ่นนี้มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 65,900 – 99,900 หยวน (ราว 3.3 – 5.0 แสนบาท)

ที่มา: CarNewsChina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.