ใน , ,

Geely เผยผลประกอบการไตรมาส 3 สะท้อนกำไรขายรถในจีนสุดฝืด พึ่งพาส่งออกโกยกำไรเกือบ 93%

Geely Auto เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ทำรายได้รวม 99,000 ล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) พร้อมกำไรสุทธิหลัก 5,210 ล้านหยวน (ราว 2.61 หมื่นล้านบาท) ทว่าตัวเลขกำไรเกือบ 93% กลับมาจากตลาดส่งออก ชี้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในจีนแทบทำกำไรไม่ได้จากการแข่งขันดุเดือด

Geely เผยผลประกอบการไตรมาส 3 สะท้อนกำไรขายรถในจีนสุดฝืด พึ่งพาส่งออกโกยกำไรเกือบ 93%

Geely Auto ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2026 โดยทำรายได้รวมแตะ 99,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 14,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.95 แสนล้านบาท) และมีกำไรสุทธิหลักในส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 5,210 ล้านหยวน หรือประมาณ 777.6 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.61 หมื่นล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรดังกล่าวได้สะท้อนถึงความเป็นจริงของตลาดรถยนต์ในประเทศจีนที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดจนแทบไม่สามารถสร้างผลกำไรจากการขายภายในประเทศได้

สำนักงานใหญ่ Geely
อาคารสำนักงานใหญ่ Geely พร้อมป้ายชื่อแบรนด์ขนาดใหญ่ด้านหน้า

ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ทาง Geely ส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศจำนวน 343,700 คัน ส่งผลให้บริษัทปรับเป้าหมายการส่งออกประจำปีเพิ่มขึ้นจาก 640,000 คัน เป็น 920,000 คัน โดยยอดการส่งออกนี้สามารถสร้างกำไรสุทธิสูงถึง 4,840 ล้านหยวน หรือประมาณ 722.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.42 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาสเดียว ซึ่งเมื่อเทียบกับยอดขายรวมในไตรมาส 3 ที่ทำได้ 812,500 คัน (รวมการส่งออก) จะพบว่ากำไรส่วนใหญ่ของบริษัทกว่า 4,840 ล้านหยวน จากยอดกำไรสุทธิทั้งหมด 5,210 ล้านหยวน ล้วนมาจากตลาดต่างประเทศทั้งสิ้น

สัดส่วนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ยอดการส่งออกรถยนต์ที่มีสัดส่วน 39.8% ของยอดขายรวม Geely Auto สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้มากถึง 92.9% ในขณะที่ยอดขายในประเทศจีนที่มีสัดส่วนมากกว่า 60% กลับสร้างกำไรให้บริษัทได้เพียง 7% เท่านั้น โดยรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์การส่งออกของแบรนด์ ซึ่งในช่วงสามไตรมาสแรกของปี บริษัทส่งออกรถยนต์กลุ่ม NEV ไปแล้วถึง 484,000 คัน เพิ่มขึ้น 531% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

การผลิตรถยนต์ Geely ครบ 1 ล้านคัน
ทีมงานร่วมฉลองการผลิตรถยนต์ Geely ครบ 1,000,000 คันในโรงงาน

ขณะเดียวกัน BYD ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่รายใหญ่ที่สุดของจีน ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 เช่นเดียวกัน โดยมีรายได้รวม 221,490 ล้านหยวน หรือประมาณ 33,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.11 ล้านล้านบาท) เติบโตขึ้น 13.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และทำกำไรสุทธิได้ 10,020 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.01 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 28.08% แม้จะไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนกำไรจากการส่งออก แต่ก็ระบุว่าตลาดต่างประเทศเป็นกลไกหลักในการเติบโต โดยเฉพาะในเดือน ก.ย. เพียงเดือนเดียว BYD มียอดส่งออกรถ NEV กว่า 180,700 คัน เติบโตขึ้นราว 153.6% ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันราคารถยนต์ในจีนที่ยังรุนแรงต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะมีผู้ผลิตบางรายต้องถอนตัวออกจากตลาดไปบ้างแล้ว เช่น Neta, Weltmeister Motor, HiPhi และ Aiways แต่สถานการณ์การแข่งขันก็ยังคงตึงเครียดต่อไป

ที่มา: CarNewsChina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sahakrit S