ใน , ,

BYD เผยงบ Q3/2026 ฟื้นตัวแกร่ง กำไรโต 28% แต่แบกสต็อก–ความเสี่ยงขยายตลาดโลก

BYD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 มีกำไรสุทธิ 10.02 พันล้านหยวน (ราว 5.01 หมื่นล้านบาท) เติบโต 28.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากแรงหนุนยอดส่งออกรถยนต์ออกนอกประเทศกว่า 5.5 แสนคัน ทว่าสินค้าคงคลังพุ่งขึ้นถึง 60% สวนทางกระแสเงินสดที่หดหายเกือบครึ่งหนึ่ง

BYD เผยงบ Q3/2026 ฟื้นตัวแกร่ง กำไรโต 28% แต่แบกสต็อก–ความเสี่ยงขยายตลาดโลก

สื่อยานยนต์ต่างประเทศอย่าง Electrek รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2026 ที่ BYD ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยระบุว่าบริษัทมีรายได้รวมระหว่างเดือน ก.ค. ถึง ก.ย. อยู่ที่ 221.49 พันล้านหยวน (ราว 1.11 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

BYD เผยงบ Q3/2026 ฟื้นตัวแกร่ง กำไรโต 28% แต่แบกสต็อก–ความเสี่ยงขยายตลาดโลก

ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นแตะระดับ 10.02 พันล้านหยวน (ราว 5.01 หมื่นล้านบาท) โตขึ้น 28.1% และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.10 หยวน (ราว 5.50 บาท) เพิ่มขึ้น 29.4% ขณะที่กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 8.63 พันล้านหยวน (ราว 4.32 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 25.3% นับเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2024 และเป็นครั้งแรกที่รายได้กลับมาเติบโตเมื่อเทียบแบบปีต่อปี หลังจากชะลอตัวต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติดต่อกัน

ทั้งยังฟื้นตัวอย่างเด่นชัดจากไตรมาสแรกที่กำไรเคยหดตัวไปถึง 55% เหลือ 4.08 พันล้านหยวน (ราว 2.04 หมื่นล้านบาท) ก่อนขยับขึ้นมาเป็น 8.24 พันล้านหยวน (ราว 4.12 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรดังกล่าวยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์สำรวจโดย Reuters คาดการณ์ไว้ที่ 11.4 ถึง 12.95 พันล้านหยวน (ราว 5.70 ถึง 6.48 หมื่นล้านบาท)

BYD เผยงบ Q3/2026 ฟื้นตัวแกร่ง กำไรโต 28% แต่แบกสต็อก–ความเสี่ยงขยายตลาดโลก

เมื่อมองภาพรวมช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 รายได้รวมของ BYD อยู่ที่ 566.30 พันล้านหยวน (ราว 2.83 ล้านล้านบาท) ขยับขึ้นเพียง 0.01% ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 4.2% เหลือ 22.34 พันล้านหยวน (ราว 1.12 แสนล้านบาท) ต่อเนื่องจากปี 2025 ที่กำไรทั้งปีเคยลดลงมาอยู่ที่ 32.62 พันล้านหยวน (ราว 1.63 แสนล้านบาท) จาก 40.25 พันล้านหยวน (ราว 2.01 แสนล้านบาท) ในปี 2024

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรุกตลาดต่างประเทศ โดยยอดขายรถยนต์รวมในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,323,065 คัน เติบโตขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับ 1,114,192 คันในปีก่อนหน้า ซึ่งการเติบโตทั้งหมดมาจากการส่งออกที่พุ่งขึ้นถึง 137% แตะ 550,704 คัน เทียบกับ 232,806 คันในไตรมาส 3 ปี 2025 ส่งผลให้ยอดส่งออกคิดเป็นสัดส่วนถึง 42% ของยอดขายทั้งหมด และมากกว่าตัวเลขส่งมอบทั่วโลกของ Tesla ในไตรมาสดังกล่าวซึ่งอยู่ที่ 486,532 คัน

BYD เผยงบ Q3/2026 ฟื้นตัวแกร่ง กำไรโต 28% แต่แบกสต็อก–ความเสี่ยงขยายตลาดโลก

ในทางกลับกัน ยอดขายภายในประเทศจีนกลับลดลงราว 12% เหลือประมาณ 772,000 คัน ท่ามกลางสงครามราคาที่ยังดุเดือด ซึ่งแม้ BYD จะเปิดตัวรถรุ่นราคาประหยัดอย่าง Seagull ที่รองรับการชาร์จแบบแฟลช 5 นาที ด้วยราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ (ราว 3.4 แสนบาท) แต่อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้คำนวณได้ที่ประมาณ 18.0% ซึ่งแม้จะดีกว่า 17.6% ของปีก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ปรับลดลงจากราว 18.9% ในไตรมาสที่ 2

นอกจากนี้ งบการเงินยังสะท้อนแรงกดดันจากการขยายตลาดต่างประเทศ โดยต้นทุนทางการเงินช่วง 9 เดือนแรกพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 7.37 พันล้านหยวน (ราว 3.69 หมื่นล้านบาท) จากที่เคยมีกำไร 2.94 พันล้านหยวน (ราว 1.47 หมื่นล้านบาท) ในปีก่อนหน้า อันเนื่องมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ขณะที่ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 68% แตะ 2.71 พันล้านหยวน (ราว 1.36 หมื่นล้านบาท) จากการตัดจำหน่ายสต็อกตามปริมาณสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 944 ล้านหยวน (ราว 4.72 พันล้านบาท) สอดคล้องกับลูกหนี้การค้าที่มากขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในรอบ 9 เดือนลดลง 17% เหลือ 36.28 พันล้านหยวน (ราว 1.81 แสนล้านบาท)

BYD เผยงบ Q3/2026 ฟื้นตัวแกร่ง กำไรโต 28% แต่แบกสต็อก–ความเสี่ยงขยายตลาดโลก

สำหรับสถานะงบดุล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2026 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2025 สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 60% แตะระดับ 221.58 พันล้านหยวน (ราว 1.11 ล้านล้านบาท) จาก 138.42 พันล้านหยวน (ราว 6.92 แสนล้านบาท) ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 53% แตะ 56.47 พันล้านหยวน (ราว 2.82 แสนล้านบาท) และตั๋วเงินจ่ายขยับขึ้น 251% แตะ 78.86 พันล้านหยวน (ราว 3.94 แสนล้านบาท)

ในขณะที่เงินสดและหลักทรัพย์เผื่อขายลดลง 45% เหลือ 71.72 พันล้านหยวน (ราว 3.59 แสนล้านบาท) ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ในต่างประเทศ ทำให้ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้านานขึ้น

ทั้งนี้ งบการเงินยังมีสัญญาณบวกจากการที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานรอบ 9 เดือนโต 33% แตะ 54.47 พันล้านหยวน (ราว 2.72 แสนล้านบาท) และเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าเพิ่มขึ้น 81% แตะ 92.95 พันล้านหยวน (ราว 4.65 แสนล้านบาท) พร้อมกับการชะลอการใช้จ่ายด้านโรงงานและอุปกรณ์ลง 24% เหลือ 87.38 พันล้านหยวน (ราว 4.37 แสนล้านบาท)

ที่มา: Electrek

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.