ใน , ,

ทองแดงอาจจะไม่เพียงพอสำหรับผลิตรถ EV ทั่วโลกจนถึงปี 2035

ทองแดงอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการเข้าสู่ยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตไว ตามรายงานฉบับใหม่จาก International Energy Forum เหมืองทองแดงใหม่ถึง 55% จำเป็นต้องเริ่มดําเนินการให้ได้ เพื่อให้ผลิตรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกได้ภายในปี 2035

ทองแดงอาจจะไม่เพียงพอสำหรับผลิตรถ EV ทั่วโลกจนถึงปี 2035

“ทองแดงเป็นแร่พื้นฐานที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับอนาคตของมนุษย์เพราะมันจำเป็นมากสำหรับยุคไฟฟ้า เพื่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าและการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และยิ่งเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าความต้องการแร่ทองแดงก็เพิ่มขึ้นสูงเช่นกัน”

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทองแดงถือว่าเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นมาก รถ EV หนึ่งคันจะมีจำนวนทองแดงเป็นส่วนประกอบประมาณ 60 กิโลกรัม ใช้มากกว่ารถยนต์สันดาปและไฮบริดสองระบบเป็น 2 เท่า ทองแดงจำเป็นต่อการเพื่ออัปเดตโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่

เนื่องจากนโยบายด้านสภาพอากาศในปัจจุบันต้องการวัตถุดิบจำนวนมากที่จําเป็นในการทำให้ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ รายงานกล่าวว่า “เราอาจไม่สามารถขุดแร่ทองแดงได้เร็วพอที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ในระยะยาว”

เพื่อตอบสนองความต้องการของทองแดง 115% ของทองแดงจะต้องขุดให้ได้ภายใน 30 ปีข้างหน้า รายงานคำนวนประมาณ 35 และ 194 เหมืองแร่ทองแดงขนาดใหญ่จะเป็นต้องเจอเพื่อเริ่มการผลิตใน 32 ปีข้างหน้า หรือคิดเป็นประมาณ 1.1 ถึง 6 เหมืองต่อปี

ทองแดงเป็นวัตถุดิบที่สามารถผลิตความร้อนและกระแสไฟฟ้าได้ ทนต่อการกัดกร่อน นอกจากนี้ยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ ทําให้เป็นที่นิยมสําหรับการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบทําความร้อนไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและการสื่อสารโทรคมนาคม ทองแดงประมาณ 75% ถูกใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่วนใหญ่เป็นลวดหรือท่อนั่นเอง

“ยังคงมีทองแดงเหลืออยู่อีกมากมาย” อ้างอิงจากรายงาน “ความกังวลอยู่ที่ว่าเราอาจจะไม่สามารถขุดทองแดงได้เร็วพอที่จะตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของโลกเกี่ยวและอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นไฟฟ้าซึ่งพัฒนาไปไวมาก”

นักวิจัยได้กล่าวไว้ว่าในอดีตแร่ทองแดงเฉลี่ยใช้เวลาถึง 23 ปีในการเข้าสู่การผลิต หลังจากการค้นพบและนำไปบรรจุเป็นส่วนผสมในโลหะ ดังนั้นความต้องการทองแดงเหล่านี้อาจจะต้องคำนวนเรื่องของเวลาด้านสายการผลิตเพิ่มเข้าไปด้วย

โปรเจคเหมืองแร่ทองแดงจะเพิ่มขึ้นภายในปี 2025 ก่อนที่จำนวนจะลดลงอย่างหนักในช่วงปี 2030 เหมือนช่วงปี  2018 ที่เคยเกิดขึ้น พบแหล่งทองแดงเพียง 16 จากแหล่งจาก 224 แหล่งที่ค้นพบตั้งแต่ปี 1990 ในทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าการลงทุนด้านการสํารวจเหมืองแร่จะเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

“การค้นพบต้องการพื้นที่เปิดที่กว้างมากในการสำรวจ และพื้นที่ที่จะขุดเข้าไปยิ่งยากเข้าไปอีก” รายงานกล่าว “เพราะการค้นพบถือว่าเป็นเรื่องของความน่าจะเป็นที่ยากลำบาก” เหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับการขุดเจาะและการประเมินทางวิศวกรรมที่ใช้ต้นทุนที่สูงมาก ๆ

นักวิจัยกล่าวว่าการขุดไม่เป็นที่นิยมมากขึ้นในชุมชนที่เคยพบเหมืองมาก่อนแล้ว โดยอ้างถึงใบอนุญาตการขุดที่ถูกยกเลิกในอลาสก้าและมินนิโซตา และใบอนุญาตที่ล่าช้าในรัฐแอริโซนา แหล่งทองแดงรายใหญ่ในรัฐแอริโซนาที่สภาคองเกรสอนุมัติให้ทําเหมืองในปี 2014 ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เริ่มการผลิต

แอริโซนา นิวเม็กซิโก และยูทาห์ “มีทรัพยากรทองแดงจํานวนมากที่จะพัฒนา” ตามรายงาน เช่นเดียวกับคลังขยะที่อาจนําไปสู่การฟื้นตัวด้วยโลหะ ชดเชยความต้องการเหมืองใหม่จํานวนมาก

International Energy Forum ซึ่งตั้งอยู่ในซาอุดิอาระเบียและประกอบด้วยรัฐมนตรีพลังงานจาก 73 ประเทศ เป็นกลุ่มนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดที่อุทิศให้กับปัญหาด้านพลังงาน ซึ่งรวมถึงน้ํามัน ก๊าซ ความยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน และเทคโนโลยีใหม่

บทความต่อไปผมจะมาพูดถึงส่วนประกอบทองแดงของรถยนต์ไฟฟ้าว่ามีชิ้นส่วนไหนบ้างโดยละเอียดครับ

ที่มา : Spectrumnews1

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Nuttanon P.