BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 เริ่มทยอยส่งมอบคันจริงถึงโชว์รูมทั่วประเทศจีนแล้ว มาพร้อมตัวถังขยายใหญ่ขึ้น ขุมพลังไฟฟ้าล้วนแรงสุด 402 แรงม้า แบตเตอรี่วิ่งไกลสูงสุด 875 กม. ตามมาตรฐาน CLTC และระบบชาร์จเร็วพิเศษ พร้อมกำหนดการส่งมอบรถให้ลูกค้าภายในเดือน พ.ย. 2026
BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 โผล่โชว์รูมจีน พละกำลัง 402 แรงม้า วิ่งไกลสุด 875 กม. ก่อนเปิดตัว 5 พ.ย. นี้
BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 เริ่มปรากฏตัวและถูกส่งมอบไปยังโชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจีน พร้อมตัวถังสีใหม่อย่างสีชมพู Aurora Pink และสีเขียว Pala Green โดยเอกสารการจัดสรรเบื้องต้นของตัวแทนจำหน่ายระบุตัวเลขราคาจัดสรรไว้ที่ 180,000 หยวน (ราว 9 แสนบาท) ซึ่งยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายปลีกอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ทางค่ายมีแผนเริ่มส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าภายในเดือน พ.ย. 2026 หลังจากที่ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ซีรีส์ Seal 07 ทำยอดขายรวมไปได้ 624 คัน แบ่งเป็นรุ่นปลั๊กอินไฮบริด DM-i จำนวน 296 คัน ซึ่งลดลง 54.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และรุ่นไฟฟ้าล้วน EV จำนวน 328 คัน ซึ่งลดลง 3.5% โดยในรุ่นปัจจุบันมีราคาจำหน่ายในรุ่น EV อยู่ที่ 169,900 ถึง 189,900 หยวน (ราว 8.5 แสนบาท ถึง 9.5 แสนบาท) ขณะที่รุ่น DM-i มีราคาอยู่ที่ 149,800 ถึง 186,800 หยวน (ราว 7.5 แสนบาท ถึง 9.3 แสนบาท)

มิติตัวถังของ BYD Seal 07 รุ่นใหม่มีขนาดความยาว 5,080 มม. ความกว้าง 1,960 มม. ความสูง 1,495 มม. และระยะฐานล้อ 2,960 มม. ซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าพบว่ามีความยาวเพิ่มขึ้น 85 มม. ความกว้างเพิ่มขึ้น 50 มม. และระยะฐานล้อยืดออกอีก 60 มม. ด้านพื้นที่บรรทุกสัมภาระ ตัวรถมีพื้นที่เก็บของด้านหลังความจุ 618 ลิตร โดยในรุ่นไฟฟ้าล้วนจะได้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าเพิ่มเติมอีก 160 ลิตร ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดจะไม่มีพื้นที่เก็บของด้านหน้านี้









สำหรับระบบขับเคลื่อน รุ่นไฟฟ้าล้วนพัฒนาขึ้นบนพื้นฐาน e-Platform 3.0 Evo และปรับมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง มีตัวเลือกมอเตอร์ 2 ระดับความแรง ได้แก่ รุ่นกำลังสูงสุด 245 kW (329 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP Blade ความจุ 76.744 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 775 กม. ต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน CLTC (หรือประมาณ 636 กม. ตามมาตรฐาน WLTP) และรุ่นสมรรถนะสูงกำลัง 300 kW (402 แรงม้า) มาพร้อมแบตเตอรี่ Blade ความจุ 88.682 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 875 กม. ตามมาตรฐาน CLTC (หรือประมาณ 718 กม. ตามมาตรฐาน WLTP) นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังระบุว่า แบตเตอรี่ Blade เจเนอเรชันที่สองนี้รองรับระบบ Flash Charge ซึ่งชูจุดเด่นการชาร์จเร็วที่พร้อมใช้งานภายใน 5 นาที และชาร์จเต็มในเวลา 9 นาที



ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริด Seal 07 DM-i ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 115 kW (154 แรงม้า) กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 kW (215 แรงม้า) ติดตั้งแบตเตอรี่ LFP ความจุ 38.029 kWh ให้ระยะทางวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ 245 กม. ตามมาตรฐาน WLTC



ด้านระบบช่วงล่าง BYD Seal 07 เจเนอเรชันที่ 2 ติดตั้งระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-M แบบ Magnetorheological ผสานการทำงานร่วมกับช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบนและด้านหลังแบบมัลติลิงก์ 5 ลิงก์อิสระ ทั้งยังมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคาเพื่อรองรับชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ DiPilot 300 ADAS ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันรายละเอียดฟังก์ชันการทำงานและการจัดออปชันในแต่ละรุ่นย่อยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง



ที่มา: CarNewsChina
