BYD เปิดตัวระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะเวอร์ชันล่าสุด God’s Eye 5.0 ในประเทศจีน ซึ่งเป็นการอัปเกรดซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเอง โดยเน้นการใช้ระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Reinforcement Learning) และการควบคุมแบบ End-to-End เพื่อให้การขับขี่ลื่นไหลและแม่นยำยิ่งขึ้น
BYD เปิดตัว God’s Eye 5.0 ยกระดับ AI ช่วยขับขี่อัจฉริยะ เรียนรู้จริงจากข้อมูล 160 ล้าน กม. ต่อวัน
ระบบ God’s Eye 5.0 พัฒนาต่อยอดมาจากเวอร์ชันก่อนหน้าซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยจุดเด่นคือความยืดหยุ่นที่สามารถติดตั้งได้ในรถยนต์หลากหลายระดับ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นท็อปที่มีสเปกสูง โดยแบ่งระดับฮาร์ดแวร์ออกเป็น 3 ระดับหลัก คือ God’s Eye C, B และ A (เทียบเท่ากับ DiPilot 100, 300 และ 600 ตามลำดับ) ซึ่งแต่ละระดับจะมีความสามารถของเซนเซอร์และฟังก์ชันการช่วยขับขี่ที่แตกต่างกันไป

ภายในสิ้นปี 2025 BYD ระบุว่ามีรถยนต์ในจีนกว่า 2 ล้านคันที่ติดตั้งระบบ God’s Eye และตัวเลขล่าสุดพุ่งสูงกว่า 2.3 ล้านคันแล้ว ข้อมูลจากการใช้งานจริงของรถเหล่านี้สร้างข้อมูลการขับขี่มากกว่า 160 ล้านกิโลเมตรต่อวัน ซึ่ง BYD นำข้อมูลมหาศาลนี้ไปใช้เทรน AI เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ในการรับรู้สิ่งกีดขวางและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น

ในเวอร์ชัน 5.0 นี้ BYD ได้นำโมเดล AI ขนาดใหญ่มาใช้เพื่อให้ระบบตัดสินใจได้เองจากสถานการณ์จริง แทนที่การตั้งกฎเกณฑ์ตายตัวแบบเดิม นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบบังคับเลี้ยวและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ให้ทำงานได้ดีขึ้นแม้ในที่อับสายตาเช่นในอุโมงค์ โดยสามารถตอบสนองต่อคนเดินถนน เด็ก และรถที่จอดนิ่งได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม BYD ย้ำว่าระบบนี้คือระบบช่วยขับขี่ ไม่ใช่การขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ด้านเทคโนโลยี God’s Eye 5.0 ใช้การทำงานร่วมกันของกล้อง, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร และเซนเซอร์อัลตราโซนิก พร้อมชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง โดยฟังก์ชันต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับสเปกของรถแต่ละรุ่น และสามารถอัปเดตความสามารถใหม่ ๆ เพิ่มเติมได้ผ่านระบบออนไลน์ (OTA)
ที่มา carnewschina
