ใน ,

EV จีน สะดุด! ยักษ์ใหญ่ยอดขายร่วง BYD, XPENG, Xiaomi โดนหมด หลังรัฐเลิกอุ้มภาษี

ความต้องการรถยนต์ EV จีน อาจกำลังชะลอตัวลง และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศก็เริ่มรู้สึกถึงผลกระทบแล้ว โดยแบรนด์ในประเทศที่โดดเด่นหลายราย รวมถึง BYD, XPENG และ Xiaomi รายงานยอดขายเดือน ม.ค. ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แบรนด์ยักษ์ใหญ่ EV จีน ยอดขายแผ่ว ม.ค.

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า BYD ขายรถยนต์ได้ 205,518 คันในจีนเมื่อเดือนที่แล้ว ตัวเลขนี้ฟังดูดีในตัวของมันเอง แต่ถือเป็นการลดลงอย่างมากจาก 300,538 คันที่บริษัทขายได้ในเดือน ม.ค. 2025

ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดของ BYD ต่างได้รับผลกระทบ จากยอดขาย 205,518 คันเมื่อเดือนที่แล้ว แบ่งเป็น:

  • รถ EV: 83,249 คัน (ปีก่อน 125,377 คัน)
  • รถ PHEV: 122,269 คัน (ปีก่อน 171,069 คัน)

การส่งออกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ลดลงเหลือ 100,482 คันในเดือน ม.ค. จาก 133,172 คันในเดือน ธ.ค.

ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงความต้องการที่อ่อนตัวลงในจีน และอาจมีการผลิตเกินความต้องการสำหรับตลาดต่างประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อเร็ว ๆ นี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายการลดลงนี้ได้

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ประเทศจีนได้กลับมาเก็บภาษีซื้อรถ NEV 5% อีกครั้ง หลังจากที่เคยยกเว้นภาษี 10% มานานกว่าทศวรรษ ตามรายงานของ CNBC

Helen Liu พาร์ทเนอร์ของ Bain & Company กล่าวกับ CNBC ว่า “เราเห็นแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในตลาดรถยนต์จีนในปี 2026 ซึ่งเกิดจากปัจจัยด้านนโยบายและการแข่งขันรวมกัน” เธอเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงภาษีเมื่อเร็ว ๆ นี้อาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคบางรายชะลอการซื้อ ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ชะลอการเปิดตัวรุ่นใหม่

Tu Le ผู้ก่อตั้ง Sino Auto Insights กล่าวเสริมว่า “เรารู้ว่ายอดขาย EV จะชะลอตัว แค่ไม่รู้ว่าจะมากแค่ไหน เราจะรู้ชัดเจนขึ้นหลังจากไตรมาสแรกจบลง”

แบรนด์อื่น ๆ เริ่มต้นปีอย่างยากลำบาก

Xiaomi ก็ประสบปัญหาเช่นกัน โดยขายรถได้ 39,000 คันในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ลดลงอย่างมากจากรถ EV กว่า 50,000 คันที่ส่งมอบในเดือน ธ.ค.

เดือน ม.ค. ของ XPENG ยิ่งแย่กว่า ยอดขายลดลง 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนเหลือ 20,011 คัน และการลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ายิ่งชัดเจนกว่าที่ 46% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2025

ผลงานของ Li Auto ก็ลดลงเช่นกัน โดยการส่งมอบลดลงเหลือ 27,668 คันในเดือนนั้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกจากบางแบรนด์ เช่น Aito แบรนด์น้องใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของ Huawei ซึ่งมียอดส่งมอบกว่า 40,000 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีที่แล้ว ส่วน Leapmotor ยอดขายเพิ่มเป็น 32,059 คัน และ Nio เพิ่มเป็น 27,182 คัน

ด้าน Geely ขายรถได้กว่า 270,000 คันในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่น่าสนใจคือยอดขาย EV ลดลง 15% แต่ยอดขาย PHEV เพิ่มขึ้น 37%

ผลงานดังกล่าวทำให้ Geely ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ในตลาด EV ของจีน รองจาก BYD ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโมเมนตัมที่แข็งแกร่งจากแบรนด์ Galaxy และ Zeekr

การชะลอตัวได้จุดประกายการคาดเดาว่ารัฐบาลปักกิ่งอาจเข้ามาช่วยเหลืออีกครั้ง หากการชะลอตัวยังคงดำเนินต่อไปในไตรมาสแรก นักวิเคราะห์เชื่อว่ารัฐบาลอาจกลับมาให้เงินอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์บางอย่างอีกครั้ง

ที่มา: Carscoops

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.