ใน

เปิดประสบการณ์ออฟโรดของจริง! GWM TANK ACADEMY #3 ภูเก็ต เรียนฟรีตลอดงาน! TANKER พลาดได้ไง?

กลับมาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 กับกิจกรรม GWM TANK ACADEMY ซึ่งในรอบนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เอาใจชาวใต้ ณ เหมืองเจ้าฟ้า จังหวัดภูเก็ต [00:57] โดยมีเหล่า “แทงเกอร์” (Tanker) หรือผู้ใช้งานรถยนต์ TANK 300, TANK 500 รวมถึงรถกระบะ Poer ให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม [01:06] จุดเด่นของงานนี้คือเป็นกิจกรรมที่ “เรียนฟรีตลอดงาน” เพื่อช่วยให้เจ้าของรถเข้าใจฟังก์ชันออฟโรดและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้อย่างปลอดภัย [01:16]

เปิดประสบการณ์ออฟโรดของจริง! GWM TANK ACADEMY #3 ภูเก็ต เรียนฟรีตลอดงาน! TANKER พลาดได้ไง?

กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ ตั้งแต่ภาคทฤษฎีไปจนถึงภาคปฏิบัติในสนามจำลองและเส้นทางธรรมชาติ [01:16] ดังนี้

1. สเตชั่นทดสอบระดับเบสิก (สนามจำลองสมรรถนะ)

เริ่มต้นจากการทำความคุ้นเคยกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4L) ที่ให้แรงบิดสูง [02:51] ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบการขับผ่านอุปสรรคต่าง ๆ เช่น:

  • ทางเอียงและร่องตัว V: เรียนรู้การประคองพวงมาลัยให้ตรงและปล่อยให้รถใช้ความเร็วต่ำ (Walking Speed) คืบคลานผ่านอุปสรรคไปเองโดยแทบไม่ต้องเหยียบคันเร่ง [04:36]

  • การใช้กล้อง 360 องศา: ตัวช่วยสำคัญสำหรับการขับขี่ออฟโรด โดยเฉพาะจังหวะขึ้นเนินชันที่ผู้ขับมองไม่เห็นเส้นทางด้านหน้า จอภาพจะช่วยไกด์เส้นทางให้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย [06:11]

  • ระบบ Differential Lock (ดิฟล็อกหลัง): ช่วยเพิ่มแรงตะกุยล็อกล้อให้หมุนไปพร้อมกัน ทำให้ผ่านทางลาดชันสลับซ้าย-ขวาได้โดยที่รถไม่ปั่นฟรีจนเกิดความเสียหาย [08:20]

2. สเตชั่นลุยป่าและเส้นทางธรรมชาติ

ไฮไลต์ถัดมาคือการนำรถเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติที่มีความสมบุกสมบันและทางเลี้ยวที่แคบมาก [11:03] ในสเตชั่นนี้ได้เห็นข้อเปรียบเทียบและการทำงานของเทคโนโลยีอย่างชัดเจน:

  • ความต่างของขนาดรถ: รถกระบะ Poer ที่มีตัวถังยาวกว่าอาจจะควบคุมในวงเลี้ยวแคบได้ยากกว่าและต้องมีจังหวะถอยตั้งลำ [13:54] ในขณะที่ TANK 300 มีมิติตัวถังที่สั้นและกระชับกว่า ทำให้ควบคุมได้คล่องตัวและขับลุยป่าได้นุ่มนวลกว่ามาก [21:53]

  • ระบบ Offroad Cruise Control & Tank Turn: การเปิดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติออฟโรดคู่กับระบบ Tank Turn (ช่วยเลี้ยวในที่แคบ) ช่วยลดวงเลี้ยวได้อย่างชัดเจน โดยระบบจะล็อกล้อหลังด้านในเพื่อใช้เป็นจุดหมุน ทำให้รถสามารถหักเลี้ยวผ่านต้นไม้หรือหน้าผาในป่าดิบชิ้นได้อย่างราบรื่น [23:02]

3. กิจกรรมพิเศษ: การเรียนรู้วิธีการใช้ “วินช์” (Winch)

ถือเป็นคลาสพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในครั้งนี้เพื่อสอนการเอาตัวรอดเมื่อรถติดหล่มโคลนจนล้อฟรี [30:58] ทางผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำทริกสำคัญ เช่น:

  • การปั่นวินช์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดควรทำในช่วง 20 วินาทีแรกเพราะมอเตอร์จะมีแรงบิดสูงที่สุด [32:02]

  • การจัดระเบียบสายสลิงไม่ให้กองไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง [32:18]

  • การอนุรักษ์ธรรมชาติ: ในการใช้วินช์คล้องกับต้นไม้ใหญ่ จะต้องใช้ “เชือกรัดต้นไม้โดยเฉพาะ” เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ลวดสลิงไปบาดทำลายเปลือกไม้ที่เป็นท่อลำเลียงอาหารของต้นไม้ [33:50]

กิจกรรม GWM TANK ACADEMY #3 ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานและมิตรภาพในกลุ่มผู้ใช้งาน (TANKER Club) เท่านั้น [36:03] แต่ยังช่วยเปลี่ยนความคิดของเจ้าของรถหลาย ๆ คนที่เดิมทีซื้อรถมาขับแค่ในเมืองและไม่กล้านำรถไปลุย ให้กลับมามีความมั่นใจ เข้าใจในศักยภาพของตัวรถ และขับขี่ออฟโรดได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัยยิ่งขึ้น [35:37]

สำหรับใครที่สนใจ ทาง GWM มีแผนจะจัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ (เช่น ภาคอีสาน) ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมฟรีในครั้งต่อไปได้เลยครับ [02:24]

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.