Robin Zeng Yuqun ผู้ก่อตั้งและประธานของ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ออกมาดับฝันเกี่ยวกับกระแสแบตเตอรี่แบบ Solid-state โดยระบุว่าเทคโนโลยีนี้เพิ่งอยู่ในระดับ 4 จากทั้งหมด 9 ระดับเท่านั้น ในการประชุม World Economic Forum ที่ประเทศจีนสัปดาห์นี้ เขาคาดการณ์ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของเทคโนโลยีนี้จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2030 พร้อมเตือนว่าความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์นั้นยังไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นจริง
ประธาน CATL เบรกกระแส Solid-state มั่นใจเทคโนโลยีนี้ยังไม่พร้อมผลิตจริงจนกว่าจะถึงปี 2030
Zeng อธิบายว่า จากมาตรวัดระดับ 1 ถึง 9 เทคโนโลยี Solid-state ในปัจจุบันเพิ่งอยู่ในระดับ 4 เท่านั้น การผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ของแบตเตอรี่ชนิดนี้ ซึ่งใช้ของแข็งเป็นสารอิเล็กโทรไลต์แทนที่ของเหลวหรือเจลที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2030 “ต่อให้สามารถผลิตสินค้าออกมาได้จริง ก็ยังต้องรอดูว่าตลาดจะยอมรับและประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์หรือไม่” เขากล่าว

หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ “Solid-state” ที่มีวางขายในปัจจุบันคืออะไร? คำตอบคือมันไม่ใช่ Solid-state แท้ๆ แต่เป็นแบบกึ่งแข็ง (Semi-solid) ที่ยังคงมีของเหลวหรือเจลเป็นส่วนประกอบอยู่ ซึ่งต่างจาก Solid-state แท้ที่ตัดของเหลวออกไปทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้การผลิตทำได้ยากมาก

ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่แบบกึ่งแข็งวางขายแล้ว เช่น Nio ที่เคยผลิตแบตเตอรี่ขนาด 150 kWh แต่ก็มีปัญหาด้านยอดขายและต้นทุนที่สูง นอกจากนี้ยังมีรถยนต์อย่าง IM Motors รุ่น L6 ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 130 kWh และ SAIC รุ่น MG4 ที่ได้รับความนิยมสูง รถยนต์ไฟฟ้าแบบกึ่งแข็งเหล่านี้มีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 550,000 บาท ในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นคนละเรื่องกับเทคโนโลยี Solid-state แท้ที่ต้องใช้เวลาอีก 6 ปีถึงจะผลิตจำนวนมากได้

แม้ CATL จะมีแผนผลิตแบตเตอรี่ Solid-state ขนาดเล็กภายในปี 2027 ด้วยความจุเพียง 5 GWh แต่ Zeng ย้ำว่าการผลิตระดับ “หลักร้อย” ในปี 2027 กับ “การผลิตจำนวนมหาศาล” ในปี 2030 นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โดยเขามองว่าโอกาสที่แบตเตอรี่แบบ Solid-state จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์หลักล้านคันก่อนปี 2030 นั้น “มีน้อยมาก” เพราะต้องอาศัยทั้งความพร้อมด้านเทคโนโลยี ตัวผลิตภัณฑ์ และความคุ้มค่าทางธุรกิจไปพร้อมๆ กัน
ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Toyota, BYD หรือ Volkswagen ต่างตั้งเป้าจะเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ Solid-state แท้ๆ ในช่วงปี 2027-2028 แต่ Zeng ชี้ว่านั่นมักหมายถึงการผลิตในจำนวนจำกัดสำหรับรถยนต์ระดับหรูราคาแพง ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดรถยนต์ทั่วไป ดังนั้นโลกยานยนต์จึงยังคงต้องรอคอยความก้าวหน้าอย่างแท้จริงไปจนถึงช่วงปี 2030 เป็นอย่างน้อย
ที่มา electrek
